นายเลอทัด ศุภดิลก ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ไลน์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า เทรนด์การซื้อขายสินค้า ผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซยังคงได้รับความนิยมจากคนไทย เนื่องจากเป็นรูปแบบการซื้อขายที่สะดวก รวดเร็ว มีขั้นตอนที่ง่าย และสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ผ่านช่องทางแชท ส่งผลให้ครึ่งปีแรกยอดขายสินค้าบนแพลตฟอร์มโต 45% จากปีที่แล้ว ในขณะที่มีร้านค้าเปิดขายสินค้าบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น 90% โดยปัจจุบันมีร้านค้าทั้งหมด 436,000 ร้าน สำหรับประเภทสินค้าที่มีการเติบโตสูงสุด ได้แก่ แม่และเด็กมาแรงเป็นอันดับหนึ่ง หมวดสินค้าตกแต่งบ้าน และหมวดอาหารและเครื่องดื่ม สะท้อนให้เห็นว่าโซเชียลคอมเมิร์ซ ได้กลายมาเป็นช่องทางการขายที่มีความสำคัญ และมีประสิทธิภาพ สามารถตอบโจทย์พฤติกรรมนักช้อปชาวไทยได้อย่างดี ทำให้ปัจุบันโซเชียลคอมเมิร์ซ มีสัดส่วนประมาณ 61% ของอีคอมเมิร์ซ
“ผลการศึกษา ฟิวเจอร์ ช้อปเปอร์ หรือเทรนด์ชอปปิง จากวันเดอร์แมน ธอมสัน ในปี 64 ระบุว่า ประเทศไทย มีสัดส่วน ผู้ซื้อสินค้าผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซสูงสุดในโลกอยู่ที่ 88% โดยปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคซื้อสินค้า ผ่านช่องทาง โซเชียลคอมเมิร์ซมากขึ้น มาจากความง่ายในการซื้อ ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจมากกว่าราคาหรือการทำโปรโมชั่น ขณะที่คนไทย 95% ยืนยันว่าการชอปปิงออนไลน์มีส่วนเข้ามาช่วยเรื่องการใช้ชีวิตช่วงเกิดโควิด-19 ในปี 64 ส่งผลให้การชอปปิงออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด และปัจจุบันแซงหน้าการชอปปิงออฟไลน์ไปแล้ว โดยในปี 65 สัดส่วนของชอปปิงออนไลน์อยู่ที่ 65% จากปี 64 ที่มีสัดส่วน 35% และมีแนวโน้มเติบโตในระดับสูงต่อเนื่อง”

นายเลอทัด กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน ไลน์ มีผู้ใช้งาน 53 ล้านคน ในส่วนนี้ เป็นผู้ใช้ไลน์ช้อปปิงประมาณ 12 ล้านคน และมียอดสั่งซื้อประมาณ 1,000-1,200 บาทต่อออร์เดอร์ ซึ่งในครึ่งปีหลังจะเร่งจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย จัดโปรโมชั่น ส่วนลดและ แลกพ้อยท์ รวมถึงเตรียมปล่อยฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำต่อเนื่อง
“กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 LINE SHOPPING ยังคงโฟกัสที่การดึงผู้ขายเปิดร้านพร้อมเดินหน้าสร้างการรับรู้ให้ LINE SHOPPING ในฐานะเครื่องมือของร้านค้าที่มีฐานแฟนสามารถขายของได้ในช่องทางสื่อสารของตนเอง ด้วยการให้ความรู้ผ่านกิจกรรมของ LINE SHOPPING Academy และ LINE for Business SME BOOTCAMP รวมถึงจัดงาน “Social Commerce Day 2022 สปาร์คพลังใจ เติมไฟธุรกิจออนไลน์” ในวันที่ 27 ส.ค.65 ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 และเตรียมปล่อยฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และยังช่วยร้านค้ากระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี ขณะที่การเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานแพลตฟอร์มจะเดินหน้ากิจกรรมทางการตลาด โปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำ ผ่านการมอบสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อาทิ การแจก LINE POINTS เพื่อเป็นส่วนลดในการซื้อสินค้า โปรโมชั่นรวมกับร้านค้าต่าง ๆ เป็นต้น” นายเลอทัด กล่าว



