สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ว่า นายเฉิน เสี่ยวหัว เกษตรกรวัย 68 ปี จากหมู่บ้านฟู่หยวนในภูมิภาคฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน กล่าวว่า ภัยแล้งปีนี้รุนแรงกว่าเมื่อปี 2503 เช่นเดียวกับอุณภูมิที่สูงกว่าเดิม

แปลงเกษตรขนาดเล็กของนายเฉิน ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำสายย่อย ซึ่งปกติจะต้องอาศัยน้ำจืดจากลำธารในภูเขา แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ระดับน้ำค่อย ๆ ลดลงจนแห้งเหือดไปหมด ส่งผลให้พืชผลหลักของเขาเหี่ยวเฉาตาม

นอกจากวิกฤติแม่น้ำแห้งขอด และอุณภูมิที่สูงถึง 45 องศาเซลเซียส เมืองฉงชิ่งยังประสบกับปริมาณน้ำฝนในปีนี้ยังลดลง 60% เมื่อเทียบกับระดับปกติตามฤดูกาล อีกทั้งพื้นที่การเกษตรในหลายเขตตกอยู่ในสภาพขาดความชื้นอย่างรุนแรง

นายเฉิน เสี่ยวหัว ยืนอยู่ใต้นั่งร้านแตงโมซึ่งเหี่ยวเฉาและตายจนหมด เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการปกป้องผลผลิตของการเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง รัฐบาลปักกิ่งจึงส่งทีมผู้เชี่ยวชาญ เดินทางไปยังภูมิภาคเปราะบางต่าง ๆ เพื่อจัดสรรทรัพยากรน้ำ และจัดทำแผนปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่เทศบาลเมืองฉงชิ่งเรียกร้องรัฐบาลในภูมิภาคให้มองหาแหล่งน้ำที่ทนต่อภัยแล้งแห่งใหม่ และสร้าง “การแบ่งเวลา” ที่จะช่วยให้แต่ละฟาร์มผลัดกันเข้าถึงแม่น้ำ ลำธาร และอ่างเก็บน้ำที่มีน้ำลดลงได้

ภาพถ่ายจากมุมสูง เผยให้เห็นพื้นที่การเกษตรของหมู่บ้านฟู่หยวน ซึ่งตอนนี้กลายเป็นพื้นที่แห้งแล้ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อแหล่งน้ำจากภูเขาแห้งไปแล้ว นายเฉิน กล่าวว่า เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากขนถังน้ำไป-กลับจากบ่อน้ำใกล้ ๆ ในทุกเช้า เพื่อพยายามรักษาพืชผลของเขา

“อุณหภูมิมันสูงมากทุกวัน เราจึงต้องทำงานในตอนเช้า” นายเฉิน กล่าว “ในตอนบ่าย พวกเราจะอยู่แต่ในบ้าน เพราะกลัวที่จะต้องออกไปข้างนอก”.

เครดิตภาพ : REUTERS