สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ว่านายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลสิงคโปร์เตรียมยกเลิกเนื้อหาบางส่วนของมาตรา 377เอ ของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งบัญญัติตั้งแต่สมัยการอยู่ภายใต้อาณานิคมของสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2481 ที่ระบุว่า การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชาย ถือเป็นความผิดอาญา และมีบทลงโทษจำคุกนานสูงสุด 2 ปี
ทั้งนี้ ลีกล่าวว่า ทัศนคติและการรับรู้ของชาวสิงคโปร์ที่มีต่อเรื่องนี้ “เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมาก” ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะกับกลุ่มคนหนุ่มสาว ตอนนี้จึงได้เวลาอันสมควรแล้ว ที่จะมีคำตอบให้กับคำถามที่ว่า การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชาย “เป็นเรื่องส่วนบุคคลหรือเป็นอาชญากรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสังคม” และแสดงความเชื่อมั่นว่า การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น จะส่งผลให้สิงคโปร์เป็นสังคมที่มีความเกื้อกูลต่อกันมากกว่าเดิม
Singapore will abolish a colonial-era law that criminalizes sex between men, a major step forward in a region where homosexuality faces discrimination and prosecution https://t.co/LqceQeW9U3
— Bloomberg (@business) August 21, 2022
อย่างไรก็ตาม ผู้นำสิงคโปร์กล่าวว่า รัฐบาลยังคงยึดมั่นกับการปกป้องหลักการสมรส ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นฐานของสถาบันครอบครัวที่แข็งแกร่ง ด้วยเหตุนี้ “การแต่งงานที่ได้รับการยอมรับตามกฎหมายของสิงคโปร์” ตามมาตรา 377เอ จะยังคงเป็นเรื่องระหว่างชายกับหญิงเท่านั้น
อนึ่ง การยกเลิกมาตรา 377 เอ ในประเด็นเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชาย เป็นเรื่องที่มีการหยิบยกมาพูดถึงในสังคมของสิงคโปร์ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งกลุ่มนักเคลื่อนไหวในเรื่องนี้มองว่า เป็นการเลือกปฏิบัติทางสังคม และมีการผลักดันผ่านการจัดกิจรรมของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ ที่เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง และมีบุคคลมีชื่อเสียงในสังคมของสิงคโปร์เข้าร่วมหลายคน รวมถึงนายลี ฮวน อู หลานชายของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งแต่งงานกับคู่รักเพศเดียวกันที่แอฟริกาใต้ เมื่อปี 2562.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



