นายกิตตินันท์ สุขเนตร ชาวบ้านหมู่ที่ 5 บ้านบึงเฒ่า ตำบลหนองโสน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร เล่าฟังว่า เดิมเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา มีอาชีพค้าขายในกรุงเทพมหานคร ด้วยสภาวะเศรษฐกิจ จึงเกิดแนวคิดจะกลับบ้าน และมีความสนใจในการทำการเกษตร แต่ด้วยมีพื้นที่น้อยประมาณ 1 ไร่ จึงให้ความสนใจในการเลี้ยงปูนาจากระบบอินเทอร์เน็ต โดยช่วงแรก ลงทุนหาปูนาในทุ่งนา เพื่อนำพ่อพันธุ์ แม่ พันธุ์จะนำมาเลี้ยง แต่ด้วยปริมาณปูที่หายาก ต่อมาได้สั่งพ่อแม่พันธุ์มาเพาะเลี้ยง ลองผิดลองถูก ปูนาตายจำนวนมาก จากนั้น จึงศึกษาพัฒนาการเลี้ยงจนประสบความสำเร็จ

การเลี้ยงปูนา มักจะเลี้ยงไว้ในที่ร่ม เพราะปูนาไม่ชอบอากาศที่ร้อน เลี้ยงได้ทั้งบ่อซีเมนต์ และบ่อดิน ใส่ท่อหรือแผ่นกระเบื้อง, อิฐบล็อก เพื่อให้ปูจะได้มีแหล่งที่ซ่อนตัวและหลบร้อน หลบภัย เพราะว่าปูนานั้นมีนิสัยชอบทำร้ายกันเอง และหวงถิ่น ซึ่งการเลี้ยงของทางฟาร์ม มักจะเลี้ยงในบ่อดิน ให้เกิดการเลี้ยงแบบธรรมชาติมากที่สุด และง่ายต่อการจัดระบบการดูแลน้ำ และการให้อาหาร ซึ่งใช้เวลาการเลี้ยง 2 เดือน สามารถจับจำหน่ายได้

ที่ฟาร์มนั้นจะใช้วิธีเลี้ยงแบบธรรมชาติ โดยจะเน้นให้อาหารเป็นพืชผักเป็นหลัก และให้ในปริมาณที่มากพอสมควร ซึ่งจะมีทั้งผักบุ้ง ผักกระเฉด ผักตบชวา ที่เป็นพืชน้ำและหาได้ง่ายตามพื้นที่ รวมถึงเป็นที่สำหรับไว้เกาะและหลบในช่วงเวลาที่ปูนาออกลูก ซึ่งเทคนิคการใส่ผักจำนวนมากให้ปูนานั้น มีประโยชน์มากมาย เวลาปูลอกคราบร่างกายในช่วงนั้นจะอ่อนแอ ซึ่งผักเหล่านี้จะช่วยให้ปูนาที่มีร่างกายไม่แข็งแรงในช่วงลอกคราบ ได้หลบเพื่อความปลอดภัยจากปูที่แข็งแรงกว่า

หลังประสบความสำเร็จ ปูนามีผลผลิตมาก จึงเกิดแนวคิดเพิ่มมูลค่า โดยการนำปูนามาแปรรูปเป็นน้ำพริกสูตรโบราณ ทั้ง น้ำพริกเผาปูนา น้ำพริกตาแดงปูนา น้ำพริกนรกปูนา ที่จะมีกลิ่นหอมของปูนาในน้ำพริก ในส่วนกระดอง ขา ของปูนา จะนำมาบด ผลิตน้ำปูร้า จำหน่ายเพิ่มมูลค่า ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ มีทั้ง อ่องมันปู ในราคากระปุกละ 60 บาท น้ำพริกเผาปูนา น้ำพริกตาแดงปูนา น้ำพริกนรกปูนา กระปุกละ 170 กรัม ราคากระปุกละ 65บาท ส่วน น้ำปูร้า และน้ำยำปูนา ราคาขวดละ 35 บาท หรือสามารถติดต่อสอบถามการเลี้ยงได้ที่เบอร์โทรศัพท์ นายกิตตินันท์ สุขเนตร หรือ พี่ไก่ หมายเลข 09-1042-4783 หรือที่เพจเฟซบุ๊ก คุณทิพย์ฟาร์มปูนา เพื่อเป็นแนวทางอาชีพ และช่วยเหลือเกษตรกรจำหน่ายสินค้าการเกษตร



