ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่า การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร ยังคงพบเห็นได้อยู่ทั่วไป ซึ่งสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เหล่านั้นสามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์และสัตว์ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยจะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะได้รับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆ ขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น ต.หนองโสน อ.เมือง จ.เพชรบุรี เป็นอีกตำบลหนึ่งที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม แบ่งเป็นการทำนา จำนวน 1,891 ไร่ และการปลูกไม้ผล/ไม้ยืนต้น 140 ไร่

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองโสนและองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน อ.เมือง จ.เพชรบุรี เล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบ จึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดของกลุ่มเกษตรกรตำบลหนองโสน ประจำปี 2565เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใด เพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช

นางใจแก้ว ศิลปะศร ผอ.รพ.สต.หนองโสน เปิดเผยว่า การจัดโครงการดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนภาคเกษตรกรและกลุ่มผู้ที่ทำงานเสี่ยงกับการสัมผัสสารเคมีในพื้นที่ต.หนองโสน ได้รับการตรวจคัดกรองสารเคมีที่ตกค้างในเลือดและมีความรู้เบื้องต้นในการดูแลและป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากการใช้สารเคมี ซึ่งมีเกษตรกรและผู้เสี่ยงสัมผัสสารเคมีเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้มีจำนวน 51 ราย พบผลการตรวจระดับเอ็นไซม์โคลีนเอสเตอเรส (ในเลือด) คือ ผลปกติ (สีเหลือง) 2 ราย ปลอดภัย (สีเขียวอมเหลือง) 16 ราย เสี่ยง (สีเขียว) 18 ราย และไม่ปลอดภัย (สีเขียวเข้ม) 15 ราย ทั้งนี้จึงได้มีการแนะนำแนวทางให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร

ด้านนายยุทธนา เมืองเล็ก นายกอบต.หนองโสน กล่าวว่า ตนมีนโยบายที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรตระหนักถึงอันตรายของสารเคมีและรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการผลิตเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยทั้งผู้บริโภคและแก่ตัวเกษตรกรต.หนองโสนได้มีสุขภาพที่ดีต่อไป