เมื่อถึงเวลาตัดสินใจว่าจะเลือกเปลี่ยนหรือไปต่อ เราก็ต้องหาตัวเลือกเพิ่มเติม อย่าเพิ่งคิดไปไกล สิ่งที่เรากำลังพูดถึงก็คือการเลือกซื้อประกันรถยนต์นั่นเอง เพราะพอใกล้หมดปีประกันรถยนต์แล้ว เราก็ต้องมาเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์แต่ละประเภท เพื่อที่จะตัดสินใจว่าจะทำประกันรถยนต์ประเภทเดิม หรือเปลี่ยนเป็นประเภทอื่น รวมถึงจะซื้อประกันจากเจ้าเดิมหรือเปลี่ยนที่กันดี วันนี้เราเลยจะพาคุณไปเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์แต่ละประเภท และดูว่าเช็กได้ที่ไหนบ้าง? ตามไปดูกันเลย
มาดูประเภทและเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์กัน
สำหรับประกันภัยรถยนต์ โดยทั่วไปแล้วจะประกอบด้วย 5 ประเภท ซึ่งในแต่ละประเภทจะครอบคลุมความคุ้มครองที่แตกต่างกัน และราคาประกันรถยนต์ในแต่ละประเภทก็แตกต่างกัน จะมีอะไรบ้างตามไปดูกันเลย
ประกันรถยนต์ชั้น 1
ประกันรถยนต์ชั้น 1 ยังเป็นประเภทประกันรถยนต์ยอดนิยม โดยมีความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด คุ้มครองต่อความเสียหายของรถยนต์คันที่ทำประกัน เมื่อเกิดเหตุชนทั้งแบบมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี อีกทั้งยังคุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ และภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ลมพายุ ซึ่งประกันรถยนต์ชั้น 1 มีราคาค่าเบี้ยประกันสูงสุด เหมาะกับคนที่ไม่มีปัญหาเรื่องค่าเบี้ยประกัน และคนที่เพิ่งหัดขับรถยนต์ หรือซื้อรถยนต์คันใหม่
ประกันรถยนต์ชั้น 2+
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ มีความคุ้มครองครอบคลุม ความเสียหายต่อตัวรถยนต์ การชนกับยานพาหนะทางบก และยังคุ้มครองรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ และภัยธรรมชาติ โดยประกันรถยนต์ชั้น 2+ มีค่าเบี้ยประกันราคาย่อมเยากว่าประกันชั้น 1 แต่ความคุ้มครองแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย เหมาะกับคนที่ขับรถยนต์มานาน และต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกัน
ประกันรถยนต์ชั้น 3+
ประกันรถยนต์ชั้น 3+ มีความคุ้มครองครอบคลุมใกล้เคียงกับประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ แต่จะไม่ครอบคลุมกรณีรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ และภัยธรรมชาติ โดยค่าเบี้ยจะถูกกว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 และชั้น 2+ เหมาะกับรถยนต์ที่ไม่ค่อยได้ใช้ หรือรถยนต์สำรอง
ประกันรถยนต์ชั้น 2
ประกันรถยนต์ชั้น 2 มีความคุ้มครองครอบคลุมใกล้เคียงกับประกันรถยนต์ชั้น 1 ซึ่งรวมกรณีรถยนต์ของเราสูญหายหรือไฟไหม้ ต่างเพียงแค่คุ้มครองความเสียหายให้รถยนต์คู่กรณี แต่ไม่รวมความเสียหายกับรถยนต์ของเรา คือรถเราต้องจ่ายเอง ซึ่งค่าเบี้ยจะถูกลงกว่าชั้น 1 มาก แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่ยังขับรถยนต์ไม่ชำนาญ หรือว่ารถยนต์ใหม่
ประกันรถยนต์ชั้น 3
ประกันรถยนต์ชั้น 3 มีความคุ้มครองครอบคลุมเฉพาะรถยนต์ของคู่กรณี และเราต้องเป็นฝ่ายผิด โดยจะไม่รับผิดชอบในส่วนค่าเสียหายของรถยนต์ของเจ้าของประกันรถยนต์ เหมาะสำหรับรถเก่าอายุหลายปี หรือนานๆ ใช้รถสักครั้ง
เมื่อเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ และเช็กความคุ้มครองเรียบร้อยแล้ว ก็เลือกใช้ประกันรถยนต์ที่เหมาะกับการใช้งานของเราได้เลย



