สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศเมื่อวันพุธ ปลดหนี้เพื่อการกู้ยืมทางการศึกษา เป็นวงเงินสูงสุด 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 359,890 บาท) ให้เป็นกรณีพิเศษสำหรับผู้ที่มีความเดือดร้อนทางการเงิน ซึ่งจะมีเกณฑ์พิจารณา คือการเป็นผู้มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 125,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.49 ล้านบาท) หรือมีรายได้ครัวเรือนต่อปีไม่เกิน 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.9 ล้านบาท)
Under the Biden Administration’s student debt plan, up to 43 million borrowers earning less than $125,000 a year will benefit from targeted debt relief. And, up to 20 million borrowers will have their loans fully cancelled. pic.twitter.com/BDPqDIKRaN
— The White House (@WhiteHouse) August 25, 2022
ขณะที่ผู้ซึ่งได้รับผลประโยชน์จากโครงการ “เพลล์ แกรนต์” ซึ่งเป็นกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาสำหรับการเรียนในระดับปริญญาตรี จะได้รับการปลดหนี้สูงสุด 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 718,520 บาท) นอกจากนี้ ไบเดนกล่าวถึงการขยายระยะเวลาชำระหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษาออกไปจนถึงสิ้นปีนี้ แต่ย้ำว่า “จะเป็นครั้งสุดท้าย”
ในเบื้องต้นมีการประเมินว่า ผู้กู้ยืมประมาณ 43 ล้านคน จะได้รับผลประโยชน์จากมาตรการดังกล่าว โดยในจำนวนนี้ประมาณ 20 ล้านคน จะถือเป็นการปลดหนี้คงค้างอยู่จนหมด
In keeping with my campaign promise, my Administration is announcing a plan to give working and middle class families breathing room as they prepare to resume federal student loan payments in January 2023.
— President Biden (@POTUS) August 24, 2022
I'll have more details this afternoon. pic.twitter.com/kuZNqoMe4I
ด้านทำเนียบขาวให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า นับจากนี้กระทรวงศึกษาธิการจะจับตานโยบายของโรงเรียน และสถานศึกษา ในการปรับเปลี่ยนอัตราค่าเล่าเรียน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการลดหย่อนหนี้ของรัฐบาลกลาง
อนึ่ง การออกมาตรการนี้ของทำเนียบขาว แน่นอนว่าเป็นการหาเสียงกับกลุ่มคนหนุ่มสาว ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. นี้ ส่วนพรรครีพับลิกันวิจารณ์ว่า จะยิ่งเป็นการเพิ่มอัตราเงินเฟ้อ.
เครดิตภาพ : REUTERS



