สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศเมื่อวันพุธ ปลดหนี้เพื่อการกู้ยืมทางการศึกษา เป็นวงเงินสูงสุด 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 359,890 บาท) ให้เป็นกรณีพิเศษสำหรับผู้ที่มีความเดือดร้อนทางการเงิน ซึ่งจะมีเกณฑ์พิจารณา คือการเป็นผู้มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 125,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.49 ล้านบาท) หรือมีรายได้ครัวเรือนต่อปีไม่เกิน 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.9 ล้านบาท)


ขณะที่ผู้ซึ่งได้รับผลประโยชน์จากโครงการ “เพลล์ แกรนต์” ซึ่งเป็นกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาสำหรับการเรียนในระดับปริญญาตรี จะได้รับการปลดหนี้สูงสุด 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 718,520 บาท) นอกจากนี้ ไบเดนกล่าวถึงการขยายระยะเวลาชำระหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษาออกไปจนถึงสิ้นปีนี้ แต่ย้ำว่า “จะเป็นครั้งสุดท้าย”


ในเบื้องต้นมีการประเมินว่า ผู้กู้ยืมประมาณ 43 ล้านคน จะได้รับผลประโยชน์จากมาตรการดังกล่าว โดยในจำนวนนี้ประมาณ 20 ล้านคน จะถือเป็นการปลดหนี้คงค้างอยู่จนหมด


ด้านทำเนียบขาวให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า นับจากนี้กระทรวงศึกษาธิการจะจับตานโยบายของโรงเรียน และสถานศึกษา ในการปรับเปลี่ยนอัตราค่าเล่าเรียน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการลดหย่อนหนี้ของรัฐบาลกลาง


อนึ่ง การออกมาตรการนี้ของทำเนียบขาว แน่นอนว่าเป็นการหาเสียงกับกลุ่มคนหนุ่มสาว ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. นี้ ส่วนพรรครีพับลิกันวิจารณ์ว่า จะยิ่งเป็นการเพิ่มอัตราเงินเฟ้อ.

เครดิตภาพ : REUTERS