พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมด้วย พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี รองประธานฯ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามผลการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตพื้นที่จังหวัดพังงา โดยมีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายเถลิงศักดิ์ นุชประหาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายอำเภอกะปง ข้าราชการผู้นำท้องถิ่นท้องที่ และประชาชน ให้การต้อนรับ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและการขับเคลื่อนฝายคลองกะปงและฝายคลองทับยาว จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ที่ว่าการอำเภอกะปง อ.กะปง จ.พังงาพร้อมได้ลงพื้นที่ ณ ที่ตั้งฝายคลองกะปง บริเวณบ้านบางกุม หมู่ที่ 1 ต.กะปง อ.กะปง ซึ่งเป็นฝายทดน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก ความยาวสันฝาย 36 เมตร ความสูง 2.70 เมตร อัตราการไหลสูงสุด 50.60 ลบ.ม. ต่อวินาที มีระบบท่อส่งน้ำความยาวรวม 10.14 กม. และมีถังเก็บน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดความจุ 300 ลบ.ม. จำนวน 5 แห่ง สร้างประโยชน์แก่ประชาชนจำนวน 5 หมู่บ้าน (ประกอบด้วยหมู่ที่ 1 บ้านบางกุม หมู่ 2 บ้านกะปง หมู่ 3 บ้านลำรู่ ต.กะปง และหมู่ที่ 1 บ้านท่านา หมู่ที่ 2 บ้านฝายท่า ต.ท่านา) ประชาชนจำนวน 1,882 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 3,894 คน ให้มีน้ำใช้สำหรับการอุปโภค-บริโภค เกษตรกรรม

ส่วนการบริหารจัดการน้ำชลประทานนั้นได้มีการแต่งตั้งกลุ่มบริหารการใช้น้ำ “กลุ่มอนุรักษ์น้ำตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเขาไม้แก้ว” เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ปัญหา-อุปสรรค คือสภาพภูมิประเทศมีความลาดชันสูง มีดินร่วนปนทราย เกิดการกัดเซาะไหลลงมาทับถมบริเวณหน้าฝายทดน้ำทุกปี ทำให้ปริมาณการกักเก็บน้ำลดลงและมีตะกอนทรายไหลลงท่อส่งน้ำ เกิดการอุดตัน โดยโครงการชลประทานพังงา ได้ดำเนินการขอตั้งงบประมาณในการขุดลอกตะกอนหน้าและท้ายฝายพร้อมดูแลระบบท่อส่งน้ำร่วมกับกลุ่มผู้ใช้น้ำต่อไป

ส่วนฝายคลองทับยาว เป็นฝายทดน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก ความยาวสันฝาย 24 เมตร ความสูง 2 เมตร อัตราการไหลสูงสุด 19.41 ลบ.ม.ต่อวินาที มีระบบท่อส่งน้ำและอาคารประกอบ ความยาวรวม 13.22 กม. มีบ่อพักน้ำขนาดความจุ70 ลบ.ม. จำนวน 10 แห่ง สร้างประโยชน์แก่ประชาชน 6 หมู่บ้าน ประกอบด้วย (หมู่ที่ 1 บ้านนกฮูก หมู่ 2 บ้านปากเหล หมู่ 3 บ้านในเหล หมู่ 4 บ้านช้างเชื่อ หมู่ 5 บ้านเล็ดตอก และหมู่ 6 บ้านสายปิหนัง ต.เหล อ.กะปง) ประชาชน1,158 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 2,360 คน ให้มีน้ำใช้สำหรับการอุปโภค-บริโภค เกษตรกรรม ด้านการบริหารจัดการน้ำได้มีการแต่งตั้ง “กลุ่มบริหารการใช้น้ำซาบซึ้งน้ำพระทัยจากในหลวง” ปัญหา-อุปสรรค คือ สภาพภูมิประเทศมีความลาดชันสูง มีดินร่วนปนทราย เกิดการกัดเซาะไหลลงมาทับถมบริเวณหน้าฝายทดน้ำทุกปี ทำให้ปริมาณการกักเก็บน้ำลดลง และมีตะกอนทรายไหลลงท่อส่งน้ำเกิดการอุดตัน ท่อส่งน้ำมีสภาพชำรุดทรุดโทรม จำเป็นต้องได้รับการเปลี่ยนแนวท่อจากซีเมนต์ใยหินเป็นท่อ PVC
ทั้งนี้ องคมนตรี ได้ขอให้ประชาชนผู้ได้รับประโยชน์ในพื้นที่ให้ช่วยกันดูแลรักษาร่วมกับผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานราชการ พร้อมให้กรมชลประทานจัดทำแผนงานในการขุดลอกตะกอนหน้าฝายเป็นแผนงานประจำปีอย่างต่อเนื่องรวมทั้งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด สำนักงานประมงจังหวัด และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ได้เข้ามาส่งเสริมให้ความรู้เรื่องอาชีพแก่ราษฎรที่อยู่ในพื้นที่รับประโยชน์ โดยการนำน้ำจากโครงการฯ มาใช้ประโยชน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด



