เมื่อวันที่ 31 ส.ค. เวลา 10.00 น. ที่ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร่วมกับเครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ โดย พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี และเครือข่ายภาคประชาชนที่เดือดร้อนจากการขึ้นค่าไฟฟ้า ได้เดินทางมายื่นคำฟ้องคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนมติการขึ้นค่าไฟฟ้า+ค่าเอฟที งวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.65 จาก 3.79 บาทต่อหน่วย เป็น 4.72 บาทต่อหน่วย

โดยนายศรีสุวรรณและเครือข่ายภาคประชาชนที่เดือดร้อนจากการขึ้นค่าไฟฟ้า กล่าวหา กกพ. ว่ามติการขึ้นค่าไฟฟ้าหรือค่าเอฟที ของ กกพ.ดังกล่าว เป็นการผลักภาระไปให้ประชาชนกว่า 20 ล้านครัวเรือนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากการบริหารพลังงานที่ผิดพลาดของ กกพ. ให้มีโรงไฟฟ้าเอกชนมากเกินไป ทำให้ประเทศมีกำลังการผลิตไฟฟ้ากว่า 48,159.37 เมกะวัตต์ แต่ปรากฏว่ามีการใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศสูงสุดไม่ถึง 3 หมื่นเมกะวัตต์ ซึ่งสถิติการใช้ไฟฟ้าช่วงฤดูร้อนสูงสุดเมื่อปี 65 แค่เพียง 30,936.5 เมกะวัตต์ เมื่อ 23 เม.ย.65 เท่านั้น ทำให้ประเทศมีไฟฟ้าสำรองเกือบ 50% หรือเกือบ 2 หมื่นเมกะวัตต์ ซึ่งระบบสากลกำหนดให้มีไฟฟ้าสำรองได้เพียงประมาณ 15% ก็พอแล้ว

แต่สำหรับประเทศไทย กกพ. กลับปล่อยให้มีมากมายมหาศาล ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้เอกชนตามสัญญาผูกมัด กลายเป็นค่าความพร้อมจ่ายที่จะใช้ไฟฟ้าหรือไม่ก็ต้องจ่าย ทำให้บริษัทไฟฟ้าเอกชนต่างๆ ร่ำรวย อู่ฟู้กัน แต่ทว่าภาระทั้งหมดถูกผลักมาให้ผู้ใช้ไฟฟ้าแต่ละครัวเรือนร่วมรับผิดชอบ อย่างไม่เป็นธรรม

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ที่สำคัญ กกพ. ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 56 ที่กำหนดว่า รัฐจะกระทําด้วยประการใดให้สาธารณูปโภคที่จำเป็นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนหรือทําให้รัฐเป็นเจ้าของน้อยกว่าร้อยละ 51 มิได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวผู้ตรวจการแผ่นดินได้วินิจฉัยและส่งเรื่องให้รัฐบาลแก้ไขแล้ว แต่ทว่ากลับเพิกเฉยกันไม่ยอมแก้ไข สมาคมฯ และเครือข่ายฯ จึงไม่อาจปล่อยให้ กกพ. ใช้อำนาจโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนได้ จึงนำความมาฟ้องศาลปกครองเพิกถอนมติของ กกพ. ดังกล่าว.