นายสมบัติ พิมพ์สอน ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม รองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ที่ประชุม มส.ครั้งที่ 21/2565 ได้รับทราบ เรื่อง รายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 10 ส.ค. 2565 แจ้งว่า ตามที่ พศ.ได้มีหนังสือถึงประธานรัฐสภา แจ้งมติที่ประชุมมส.ครั้งที่ 11/2565 มติที่ 390/2565 เรื่อง พระภิกษุเกี่ยวข้องกับการเมือง และไม่ประพฤติปฏิบัติตามมติ มส. ในการนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้นำความแจ้งประธานรัฐสภาเพื่อพิจารณาเห็นควรให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ซึ่งในการประชุมคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2565 ที่ประชุมได้พิจารณากรณีการแต่งตั้งพระภิกษุมาร่วมเป็นกรรมาธิการ หรือที่ปรึกษาในคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งตำแหน่งอื่นๆ ในวงงานรัฐสภา โดยพิจารณาระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องในการแต่งตั้งบุคคลในวงงานรัฐสภา ได้แก่ 1.ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติงานให้แก่คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร 2.ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งบุคคลเพื่อเป็นคณะทำงานทางการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 3.ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติงานให้แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยประกาศทั้ง 3 ฉบับดังกล่าวไม่ได้ห้ามพระภิกษุมาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ หรือที่ปรึกษาในคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรรวมทั้งตำแหน่งอื่นๆ ในวงงานรัฐสภา

รองโฆษก พศ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ หลังจากมส.มีมติที่ 390/2565 กรณีพระภิกษุไปร่วมเป็นกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ หรือที่ปรึกษาในคณะกรรมาธิการ เป็นภาระหน้าที่ของฝ่ายการเมืองที่ดำเนินการโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาเป็นเรื่องการเมืองนั้น พระภิกษุที่ได้รับทราบมติ มส.ดังกล่าวได้มีหนังสือลาออกจากการเป็นอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ ซึ่งปัจจุบันสำนักงานเลขาธิการสภาผู้เทนราษฎรได้สำรวจแล้ว ไม่พบพระภิกษุดำรงตำแหน่งตามที่กล่าวมาแล้วแต่อย่างใด รวมทั้งไม่พบว่ามีพระภิกษุดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ หรือคณะทำงานของสภาผู้แทนราษฎร และของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเช่นกัน ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการแจ้งมติ มส.ดังกล่าวไปยังประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรทุกคณะ เพื่อทราบและถือปฏิบัติ พร้อมกันนี้คณะกรรมาธิการมีข้อสังเกตว่าหากคณะกรรมาธิการคณะใด มีความประสงค์จะกราบนิมนต์พระภิกษุสามเณรมาร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการ เพื่อให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ หรือมาบรรยายให้ความรู้กับคณะกรรมาธิการ สามารถกราบนิมนต์ได้