สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี โจมตีอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และกลุ่มผู้สนับสนุน “หัวรุนแรงทางการเมือง” ว่าเป็น “ปรปักษ์ของประชาธิปไตย” เนื่องจากอุดมการณ์ที่เรียกว่า “เมค อเมริกา เกรท อะเกน” หรือ “ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อรากฐานทั้งหมดของกระบวนการประชาธิปไตย มีแต่กระตุ้นความโกรธ ความวุ่นวาย และเต็มไปด้วยคำโกหกหลอกลวง
President Biden: "We must be honest with each other and with ourselves. Too much of what's happening in our country today is not normal. Donald Trump and the MAGA Republicans represent an extremisms that threatens the very foundations of our Republic." pic.twitter.com/UemFOnolP7
— CSPAN (@cspan) September 2, 2022
ไบเดนกล่าวต่อไปว่า ตราบใดที่เขายังคงดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐ ความรุนแรงและวุ่นวายในสังคม ซึ่งมีชนวนเหตุจากประเด็นทางการเมือง “จะไม่มีทางเกิดขึ้น” สื่ออย่างมีนัยถึงเหตุการณ์ที่มวลชนฝ่ายสนับสนุนทรัมป์ บุกรุกอาคารรัฐสภา ในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ปีที่แล้ว และการประท้วงอีกหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ซึ่งผู้นำสหรัฐคนปัจจุบันกล่าวว่า “มีแต่จะทำให้บ้านเมืองถอยหลัง”
President Biden: "I believe America is at an inflection point. One of those moments that determine the shape of everything that's to come after. And now, America must choose to move forward or to move backwards. To build a future or obsess about the past." pic.twitter.com/oPqlwe3dDM
— CSPAN (@cspan) September 2, 2022
President Biden: "As I stand here tonight, equality and democracy are under assault. We do ourselves no favor to pretend otherwise." pic.twitter.com/XLFeee5sJI
— CSPAN (@cspan) September 2, 2022
ขณะเดียวกัน ไบเดนเรียกร้องสมาชิกพรรครีพับลิกันที่เป็น “กระแสหลัก” ภายในพรรค ร่วมมือกับพรรคเดโมแครต เพื่อต่อต้าน “แนวคิดทรัมป์” ในการเมืองสหรัฐ และยังคงมีอิทธิพลอย่างมากในพรรครีพับลิกัน เพื่อลดช่องว่างของความแตกแยกในสังคม
การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ มีกำหนดลงคะแนนในวันที่ 8 พ.ย. นี้ โดยจะเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ทั้ง 435 ที่นั่ง สมาชิกวุฒิสภา 35 จาก 100 ที่นั่ง ผู้ว่าการรัฐ 39 รัฐ และสมาชิกสภาระดับท้องถิ่นอีกหลายตำแหน่ง โดยผลสำรวจความคิดเห็นจากสื่อหลายสำนักในสหรัฐ ยังคงให้คะแนนนิยมของสองพรรคการเมืองใหญ่ที่สุดเป็นไปอย่างคู่คี่สูสี.
เครดิตภาพ : REUTERS



