เมื่อวันที่ 29 เม.ย. นายสดุดี พันธุ์ภักดี ผอ.กองคุ้มครองสัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา (CITES) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่กำชับให้ด่านตรวจสัตว์ป่าทั่วประเทศยกระดับการเฝ้าระวังการลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าตามบัญชีไซเตส (CITES) อย่างสูงสุด
นายคมกฤษ พิณสาย หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 เม.ย. เวลา 05.25 น. ได้รับแจ้งผลการบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร, กองกำกับการ 2 บก.ปทส. และฝ่ายรักษาความปลอดภัย ทอท. หลังเข้าตรวจสอบผู้โดยสารต้องสงสัยบริเวณจุดตรวจค้นโซน 3 East อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 5

จากการตรวจสอบพบ หญิงสัญชาติไต้หวัน อายุ 19 ปี ผู้โดยสารสายการบินเวียตเจ็ทแอร์ เที่ยวบินที่ VZ568 ปลายทางกรุงไทเป มีท่าทีพิรุธบริเวณลำตัว เมื่อทำการขอตรวจค้นโดยละเอียด เจ้าหน้าที่พบสัตว์ป่าของกลางซุกซ่อนอยู่ตามร่างกาย โดยผู้ต้องหาใช้ “วิธีการรัดสัตว์ด้วยกระดาษกาว” เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว บรรจุใส่ถุงผ้าแล้วแปะติดไว้กับตัวเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ จากการตรวจสอบของกลางพบว่าเป็น “เต่าดาวอินเดีย” (Indian Star Tortoise) สัตว์ป่าในบัญชีควบคุม ซึ่งมีมูลค่าสูงในตลาดมืด รวมทั้งสิ้น 30 รายการ แบ่งเป็น เต่าดาวอินเดียที่มีชีวิต 29 ตัว และซากเต่าดาวอินเดีย 1 ซาก

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมยึดของกลาง โดยแจ้งข้อกล่าวหาหนักตามกฎหมายไทย ประกอบด้วย พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 (ม.19 และ ม.23) ฐานนำออกสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต, พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 (ม.242 และ ม.252) ฐานนำของต้องกำกัดออกนอกราชอาณาจักรโดยเลี่ยงข้อจำกัด, พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ฐานนำสัตว์ออกโดยไม่มีใบอนุญาต
โดยเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับของกลางที่มีชีวิตได้ส่งมอบให้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ดูแลรักษาอย่างเร่งด่วน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการพิสูจน์ชนิดพันธุ์และขยายผลหาเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการต่อไป.



