เรียกว่าเป็นผลงานที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ สำหรับ “เลิฟเลย 101” ภาพยนตร์โรแมนติก คอมเมดี้ ที่ผลิตโดย “บั้งไฟฟิล์ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด” โดยได้ เอ็กซ์-วัชรพงษ์ ปัทมะ ที่เคยฝากความประทับใจใน “แดง พระโขนง” มานั่งแท่นผู้กำกับ พร้อมดึงศิลปินลูกทุ่งสาว ธัญญ่า อาร์สยาม มารับบทนางเอกคู่กับ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา หรือ หม่ำ จ๊กม๊ก นักแสดงตลกรุ่นใหญ่แถวหน้าเมืองไทย ที่หวนเล่นหนังรักโรแมนติกในรอบ 17 ปี

โดยถ่ายทอดเรื่องราว “รักต่างวัย” ของ “ดาบแดง” (หม่ำ จ๊กม๊ก) ตำรวจวัยใกล้เกษียณราชการ ประจำการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด กับ “แพ็ต” (ธัญญ่า อาร์สยาม) เด็กนักเรียนมัธยม วัยรุ่นที่กำลังจะเรียนจบ ม.6 โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย มีเหตุบังเอิญที่ทำให้ทั้งคู่ต้องมาเจอและได้รู้จักกัน “แพ็ต” ตกหลุมรักในความตลกและใจดีของ “ดาบแดง” ขณะที่ “ดาบแดง” เคยผิดหวังกับชีวิตคู่ ก็ตั้งใจว่าจะไม่รักใครอีก นอกจาก “แพ็ต” จึงสรรหาวิธีพิชิตใจดาบแดงแล้ว ยังต้องรับมือกับพ่อที่คอยกีดกันความรักเธอ


ซึ่งหลังจากที่ปล่อยตัวอย่างออกไป ก็ทำให้เสียงแตกพอสมควร เนื่องจากมีแฟน ๆ บางส่วนมองว่าเนื้อหาภาพยนตร์ส่อไปในเชิงพรากผู้เยาว์ หรือมีความเปโด (Paedophilia การนิยม ชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก) หรือไม่ ล่าสุด “บันเทิงเดลินิวส์” ได้มีโอกาสพูดคุยกับหม่ำ และ เอ็กซ์ ภึงที่มาของภาพยนตร์เรื่องนี้ พร้อมไม่พลาดถามประเด็นดังกล่าวซึ่งทั้งคู่ยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นเพียงการเปิดมุมมองความรักที่หลากหลาย และการมีอิสระของหัวใจในการรักเท่านั้น!

Q : ไอเดียของการทำโปรเจคท์หนัง “เลิฟเลย 101” มาจากอะไร?
หม่ำ : คุณเอ็กซ์อยากทำหนังแบบรักใส ๆ ก็นั่งคุยกันไป คุยกันมาก็ได้ไอเดียว่า ลองเอาคนแก่รักกับเด็กมั้ย หนังเรื่องนี้ถ่ายทำก่อนช่วงโควิด ตั้งแต่ช่วงปี 2562 ซึ่งบทพระเอกตอนแรกไม่ได้เป็นผม แต่เป็น พี่บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ตอนนั้นเป็นช่วงน้ำท่วมที่พี่บิณฑ์แจกของ เลยไม่มีเวลา เอ็กซ์เลยบอกว่าเป็นน้าหม่ำเล่นเองดีกว่า ตอนแรกก็ไม่ค่อยมั่นใจ ไม่เอา พอเป็นหนังรักมันก็รู้สึกอาย เขิน ๆ ถ้าเป็นซีนกุ๊กกิ๊กมันเขิน ไม่มั่นใจ เวลามีกอด มีจับมือ หรือจ้องตากัน มันไม่เป็นตัวเอง
เอ็กซ์ : จริง ๆ เรื่องนี้ในใจผมก็คือ อยากให้น้าหม่ำมารับบทนำ แกมีตัวเลือกมาให้ มีพี่บิณฑ์ด้วย พอพี่บิณฑ์ติดภารกิจ ผมก็ไชโยในใจเลย (หัวเราะ) เรามีน้าหม่ำในใจ น้าหม่ำเขาตีบทแตก แต่ที่เขาไม่อยากเล่น เพราะว่าเขินนี่แหละ เวลาน้าหม่ำเข้าฉากกับธัญญ่า เขาก็เขินจริงนะ (ยิ้ม) ซึ่งผมกับทีมมองว่าไม่มีใครเหมาะกับบทนี้เท่าน้าหม่ำ เพราะคาแรกเตอร์ ‘ดาบแดง’ เป็นผู้ใหญ่หน้าตาใจดี ยิ้มง่าย ขี้อาย ซึ่งก็คือน้าหม่ำเลยครับ ผมเชื่อว่าผู้ชมคงคิดถึงน้าหม่ำกับบทบาทโรแมนติกคอมเมดี้ ที่มีกลิ่นอายดราม่าแบบนี้ ตอนที่น้าหม่ำตอบตกลงผมดีใจมาก เพราะไม่รู้ว่าจะได้เห็นน้าหม่ำในบทแบบนี้อีกมั้ย

Q : ตอนนั้น “หม่ำ” ก้าวข้ามความเขินมารับบทนี้ได้ยังไง?
หม่ำ : ก็บอกเอ็กซ์ว่าไม่ใช่ตัวผมแล้วมั้ง เอ็กซ์คิดดี ๆ ก่อนนะ เขาก็บอกว่าใช่ ต้องใช่น้าหม่ำ เล่นได้ คือเล่นมันเล่นได้อยู่แล้ว เราเคยเล่นกับ นุ่น (วรนุช ภิรมย์ภักดี) ในหนังเรื่อง ‘เฉิ่ม’ แต่มันก็เขินเวลาจับมือ กอดกัน จ้องมองกันกับธัญญ่า พอเป็นเรื่องแบบนี้มันประหม่าไปหมดทุกอย่างเลย แต่ภาพรวมมันเป็นหนังรักใส ๆ ของเด็ก ม.ปลาย มารับกับคนที่กำลังเกษียณ อย่าง ‘ดาบแดง’ ไม่เกี่ยวกับการพรากผู้เยาว์อะไร ต้องไปดูในหนังก่อน จะได้เห็นเนื้อหนังว่าเป็นหนังน่ารัก ในเรื่องครอบครัวของนางเอก ที่รับบทโดย ธัญญ่า มีพี่น้องสามคน ซึ่งจะเป็นคนละอย่าง ก็เป็นเรื่องราวครอบครัวและมีเรื่องราวความรักของเราด้วย ซึ่งเราก็ผิดหวังกับคนที่เรารักมาแล้ว ทั้งชีวิตเลยไม่ยอมแต่งงาน หรือมีผู้หญิงคนอื่นอีกเลย ในเรื่องเหลืออีกสามสี่ปีจะเกษียณแล้ว
เอ็กซ์ : มันเป็นหนังรักต่างวัย เป็นเรื่องความรักของคนในครอบครัวด้วย และมีรักต่างเพศและรักเพศเดียวกัน

Q : ทำไมเลือก “ธัญญา” มารับบทนางเอก?
เอ็กซ์ : ตอนแรกเราไปแคสต์ที่ต่างจังหวัด ทางภาคอีสาน แต่ที่เราคุยกันคือยากได้คน จ.ร้อยเอ็ด อยู่แล้ว และน้าหม่ำก็เสนอน้องธัญญ่า เพราะเห็นน้องในหนังออนซอนเด
หม่ำ : เราเห็นธัญญ่าในหนัง ก็บอกให้เอ็กซ์ไปดูน้องเขาสิ หน้าตาน้องดูสวยแบบบ้าน ๆ เข้ากับบท และเป็นคนร้อยเอ็ดด้วย ให้ลองแคสต์ดู เอ็กซ์ก็โอเค แต่ตอนนี้ธัญญ่าสวยขึ้นมากเลย เหมือนคนละคนเลย (หัวเราะ) คือตอนแรกน้องดูสวยแบบบ้าน ๆ เด็ก ๆ หนังเลื่อนถ่ายมาสองสามปี เลื่อนมาสองสามครั้งแล้ว

Q : อย่างที่บอกว่า “เลิฟเลย 101” ถ่ายเสร็จเมื่อสองสามปีก่อน และเลื่อนมาสองสามครั้งแบบนี้ กังวลเรื่องของเนื้อหาหนังมั้ย ว่าอาจช้ากว่ายุคสมัย เมื่อนำเข้ามาฉายในตอนนี้ ต้องมีการปรับบทมั้ย?
หม่ำ : ไม่ครับ มันเป็นหนังร่วมสมัยอยู่แล้ว ถ้ากังวลจะมีแค่เรื่องโควิด เรื่องฝีดาษลิง แต่เนื้อเรื่องหนังไม่กังวลเลย ซึ่งใครที่ชอบ สายัณห์ สัญญา ก็ต้องมาดูเลย เพราะเรื่องราวมันเล่าผ่านเพลงของสายัณห์ สัญญา ผมว่าเอ็กซ์เขาเข้าใจภาพยนตร์ หนังเรื่องนี้ถือเป็นหนังเรื่องแรกของเขา เอ็กซ์เพิ่งจบมหาวิทยาลัยมาเลย เขามากำกับเรื่องนี้ก่อนมากำกับ ‘แดง พระโขนง’ แต่ ‘แดง พระโขนง’ ได้ฉายก่อนครับ ซึ่งตอนเอ็กซ์กำกับเรื่อง ‘เลิฟเลย 101’ ผมก็คอยอยู่ข้างหลังเขาตลอด เพราะทฤษฎีมันต่างจากปฏิบัติ
เอ็กซ์ : ผมว่าคนสมัยใหม่เขาน่าจะชอบเนื้อเรื่องความรักที่เปิดกว้าง ไม่ใช่แค่ผู้หญิงกับผู้ชายรักและแต่งงานกัน มันเป็นปัญหาของสังคมเราในยุคนี้ มีความความรักหลากหลายรูปแบบ ซึ่ง ‘เลิฟเลย 101’ ถือเป็นงานกำกับเรื่องแรกของผม ถ้าไม่ได้น้าหม่ำนี่ผมตายเลย (หัวเราะ) จำได้เลย น้าหม่ำเข้าซีนแรกผมต้องอยู่มอนิเตอร์ ถ่ายที่ลำลูกกา คือผมไม่กล้าสั่งคัต น้ำตาไหล มันตื้นตันและตื่นเต้นได้กำกับงานใหญ่ ๆ เราเคยทำแต่หนังสั้นของมหาวิทยาลัย มาเจอแบบนี้ก็ตื่นเต้น และได้ทำงานกับผู้กำกับในดวงใจด้วย (ยิ้ม) คือ เป็นซีนที่น้าหม่ำแต่งตัวอยู่บนห้อง เพื่อนมาเรียก เป็นซีนแรกของเรื่อง มันเหมือนฝันของเราเป็นจริง เลยตื้นตันครับ


Q : ในเรื่องนี้มีลิมิตเลิฟซีนยังไง?
หม่ำ : เลิฟซีนมีนิดหน่อยเอง อย่าใช้คำว่าเลิฟซีนเลย มันเป็นความรักใส ๆ ของผู้ใหญ่คนหนึ่งและเด็กคนหนึ่ง ซึ่งเด็กก็ไม่เคยมีความรัก ส่วนผู้ใหญ่คนนี้มีความรักมาแล้วครั้งหนึ่ง และคิดว่าจะไม่รักใครอีกแล้ว เพราะทำให้เขาเสียใจ เลยไม่อยากเจอ และเด็กคนนี้ก็เป็นรักครั้งแรกของเธอ แต่ดันมารักกับคนที่มีอายุ ครอบครัวก็ไม่ชอบ เพราะพ่อแม่เป็นคนมีฐานะ มีหน้ามีตาในจังหวัดร้อยเอ็ด ก็รู้สึกว่าทำไมลูกไม่รักคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ตามสังคมปัจจุบัน อย่างสังคมฝรั่งอาจมองเรื่องนี้เฉย ๆ แต่สังคมเรามองว่าเป็นเรื่องที่แปลก
Q : เห็นบอกว่าไม่มีบทจูบ เพราะ “หม่ำ” เกรงใจที่บ้าน?
หม่ำ : ไม่มีบทจูบเลย หอมก็ไม่เอา บอกเอ็กซ์ก่อนเลย ซึ่งเรื่องเกรงใจที่บ้านคือหลักใหญ่ ๆ (หัวเราะ)


Q : ความยาก ท้าทาย หรืออุปสรรคของการทำภาพยนตร์เรื่องนี้ คืออะไร?
หม่ำ : อุปสรรคจริง ๆ น่าจะเป็น พี่สมรักษ์ คำสิงห์ นะ เขาพูดไม่รู้เรื่อง ไม่ค่อยเข้าใจ (ยิ้ม) และมีแต่บทยาว ๆ ซึ่งเวลามีบทยาว ๆ เอ็กซ์ก็ไม่กล้าสั่งคัต ผมเล่นด้วยกันก็ต้องสั่งคัตเอง บอก ‘พูดอะไรสมรักษ์ ไอเวร….’ คือพูดไม่ชัด แล้วยังพูดเร็วอีก แต่มีน้ำตาร่วงนะ คือเขาเล่นเป็นพ่อนางเอก ซึ่งจะไม่ชอบตัวพระเอกมาก ๆ สมรักษ์เล่นน้ำตาร่วงได้เลย ดราม่ามากเลยในซีนสุดท้าย เรียกน้ำตาร่วงเลย ต้องไปดู
เอ็กซ์ : ส่วนผมด้วยความเป็นมือใหม่ เป็นเรื่องแรกก็มีความกดดันทุกอย่าง ทีมงานก็เป็นมืออาชีพ เป็นทีมที่น้าหม่ำไว้ใจ น้าหม่ำก็มืออาชีพ แต่ผมเป็นงานชิ้นแรก เราก็กดดันครับ

Q : ขอถามถึงดราม่า ตอนที่ตัวอย่างออกมา ก็มีคนวิจารณ์ถึงเรื่องบทของรักต่างวัย ว่าดูไม่เหมาะสม เพราะเหมือนมีความ เปโด (Paedophilia) และส่อไปในทางพรากผู้เยาว์?
หม่ำ : ต้องไปดูเนื้อหนังก่อนว่าเป็นยังไง ถามว่าพอมีกระแสแบบนี้กังวลมั้ย ส่วนตัวผมไม่ได้กังวลเลย แต่เอ็กซ์กังวลหน่อย ๆ แต่ผมบอกว่าถ้าได้ดูหนังจะรู้เลยว่ามันไม่ใช่แบบที่คิด แบบที่เห็นในตัวอย่าง หนังเรื่องนี้เป็นหนังตลกแบบหวาน ๆ น่ารัก ๆ เห็นแล้วอมยิ้ม ไม่ได้ตลกแบบ ‘บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม’, ‘แหยม ยโสธร’ หรือ ‘วงษ์คำเหลา’ มันคนละแบบกัน
เอ็กซ์ : ตอนแรกผมก็กังวล แต่พอน้าหม่ำพูดปุ๊บ ก็คิดว่าตัวหนังจะตัดสินเองครับ

Q : ตอนที่เขียนบท ได้มีการคำนึงถึงหรือระวังว่าคนจะมองในมุมพรากผู้เยาว์นี้บ้างมั้ย ?
หม่ำ : เรามองไปก่อนแล้วครับ ว่าจะมีคนดราม่าว่าพรากผู้เยาว์หรือเปล่า แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้มีอะไรเลย ก็อย่างที่บอกว่าหอมหรือจูบกันก็ไม่มี เป็นรักใส ๆ ของคนมีอายุและเด็กคนหนึ่ง คือมันเป็นรักครั้งแรกของเด็กคนนึงและรักครั้งที่สองของผู้ชายที่วัยห่างกันมาก มันอาจเป็นรักครั้งสุดท้าย และเขาก็ไม่มั่นใจด้วย สุดท้ายก็ต้องตัดสินใจ ก็ต้องไปดูในหนังเอาว่าทั้งคู่ตัดสินใจกันยังไง เห็นตัวอย่างอย่าเพิ่งตัดสินตัวหนัง อยากให้ไปดูก่อน แล้วจะเห็นว่ามันน่าสงสารทั้งคู่ ทั้ง ‘น้องแพ็ต’ และ ‘ดาบแดง’ เลย ซึ่งตอนที่เขียนบท ผมเป็นคนระวังเรื่องพวกนี้อยู่แล้วครับ

Q : ทั้งคู่ตีความคำว่า “รักต่างวัย” ออกมายังไง?
เอ็กซ์ : ผมมองว่าความรักไม่ได้จำกัดในเรื่องของอายุ หรือเพศ ผมว่าหนังเรื่องนี้พยายามจะบอกว่า มันยุคนี้แล้ว ไม่ใช่ว่าคลุมถุงชน หรือจำกัดว่าอายุเท่านี้ ควรคบกับคนแค่นี้ ผมว่าสิ่งที่น้าหม่ำและผมอยากบอกคือโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว คิดว่าหนังจะกระตุกสักคนนึง อยากให้ไปดูรักครั้งแรกกับรักครั้งสุดท้าย มันจะลงเอยยังไง
หม่ำ : ตอนนี้ก็มีการพูดถึงกฎหมายใหม่ที่อยากให้มีกันแล้ว กับการสมรสเท่าเทียม ผู้ชายรักกับผู้ชาย ผู้หญิงรักกับผู้หญิง เท่าเทียมกันหมด

Q : ทั้งคู่ร่วมงานภาพยนตร์ด้วยกันมาหลายเรื่องแล้ว ประทับใจอะไรในตัวกันมากที่สุด?
หม่ำ : ส่วนตัวผมชอบเอ็กซ์ที่ชอบร้องเพลง เขาชอบ ตูน บอดี้แสลม (ยิ้ม) คือผมเคยร่วมงานกับเขามาตั้งแต่ในเรื่อง ‘ส่ม ภัค เสี่ยน’ ที่เขาแสดงเป็นคู่ปรับ โตโน่ (ภาคิน คำวิลัยศักดิ์) ตอนถ่าย ‘ส่ม ภัค เสี่ยน’ ก็คุยกันตลอด ถามเขาว่าเคยทำหนังมั้ย อยากลองทำหนังมั้ย เอาไอเดียหนังแต่ละเรื่องมาคุยกัน ถ้าไม่ชอบก็เขี่ยตกไป ซึ่งเขาก็ดีใจ เลยเอาบทเรื่องนี้ไปดู ไปทบทวน เรื่องแรกก็คือ ‘เลิฟเลย 101’ นี่ เขาก็ทำการบ้านมาตลอด จนถึงวันถ่ายจริง เขาก็ตื่นเต้น พาแม่พาครอบครัวมานั่งดู ก็รู้สึกปลื้มที่ได้เป็นผู้กำกับแล้ว แม่เขาเห็นก็ดีใจ เพราะได้ไปถ่ายที่บ้านเกิดเขาด้วย ที่ จ.ร้อยเอ็ด
เอ็กซ์ : ส่วนตัวผมไม่ต้องพูดถึง น้าหม่ำคือแรงบันดาลใจของผม ผมเล่นหนังครั้งแรกก็จากน้าหม่ำ มีซิงเกิ้ลแรกก็จากน้าหม่ำ กำกับครั้งแรกก็จากเขา

Q : ส่วนตัว “หม่ำ” มองว่า “เอ็กซ์” พัฒนาไปยังไง?
หม่ำ : มันกล้าแสดงออกมากขึ้น กล้าตัดสินมากขึ้น บางทีอย่างหนังเรื่องแรกมันไม่กล้าตัดสินใจเลย ถามน้าหม่ำเอายังไงดี เราก็บอกให้มันคิดเอง จะได้กล้าตัดสินใจเอง พอมาถ่าย ‘แดง พระโขนง’ เอ็กซ์ก็เริ่มพัฒนาขึ้น
Q : แล้ว “เอ็กซ์” ล่ะ ได้เรียนรู้อะไรจาก “หม่ำ” บ้าง?
เอ็กซ์ : ผมว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตผมด้วย ไม่ใช่แค่เรียนรู้เรื่องการทำงาน เขาสอนผมเรื่องการใช้ชีวิตในหลาย ๆ อย่างเลยครับ น้าหม่ำก็เคี่ยวนะครับ ด้วยประสบการณ์แกจะรู้ และเห็นภาพหมด เพราะผ่านงานระดับฮอลลีวูด อย่าง ‘องค์บาก’ ผมว่าแกเห็นกระบวนการทุกอย่าง ผ่านมาหมดแล้ว แต่ผมพอโดน มันมีล้มพับ ๆ บ้าง แต่ก็รับได้ครับ แรก ๆ มันก็รู้สึกว่าทำไมแกขนาดนี้เหรอ เรายังเด็กด้วย เราก็ต้องโดนแบบนี้แหละ แต่เขาไม่เคยทำให้บรรยากาศในกองถ่ายเสีย จะไม่มีด่า ผมว่าเขารู้ ให้กองถ่ายมันสนุกไปด้วยครับ
Q : ทั้งคู่ประสบความสำเร็จจาก “แดง พระโขนง” พอมาเรื่องนี้คาดหวังไว้ยังไง มีความกดดันในแง่กระแสตอบรับหรือรายได้มั้ย?
หม่ำ : กลัวแค่โควิดและคนไม่กล้าเข้าไปดูหนัง แต่พอมาถึงวันนี้ก็ไม่กลัวแล้ว ลุยแล้ว เอายังไงก็เอากันแล้ว ยังไงก็ช่างมันแล้ว


Q : อยากให้คนที่เข้ามาดู ได้ข้อคิดอะไรกลับออกไปมากที่สุด?
หม่ำ : ผมว่าใครได้ดูหนังเรื่องนี้จะได้เห็นมุมมองผู้ใหญ่คนนึง ที่ไม่อยากรักเด็กหรอก เนื้อหาจะบอกอยู่แล้ว เด็กก็ไม่เคยเจอผู้ใหญ่ที่จิตใจโอบอ้อมเหมือนคนนี้ แทนที่จะรักกับเพื่อนร่วมรุ่นแต่กลับเห็นอกเห็นใจผู้ชายคนนี้ และยังไม่รู้ว่าเขามีเมียมีลูกหรือเปล่า แต่แอบชอบไปแล้ว นี่คือมุมมองของแต่ละคน แต่ถ้าไปดูหนังแล้วจะรู้ว่าทั้งพระเอกและนางเอกน่าสงสาร คนต้องเอาใจช่วยว่าทั้งคู่จะได้รักกันมั้ย ไม่แน่อาจมีหักมุมด้วย หนังเรื่องนี้เปิดกว้างมาก มีทั้งรักผู้หญิงและรักผู้ชาย ไปดูเลย นี่สร้างก่อนจะมีการผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมอีก
เอ็กซ์ : ผมว่าคนที่ดูหนังจะได้คือเรื่องความรัก ไม่ว่าจะเป็นคนรักต่างวัย หรือครอบครัว ว่าทำไมพ่อแม่นางเอกมีเหตุผลแบบนี้ และคนในครอบครัวจะเป็นความรักแบบอบอุ่น ที่ทุกฝ่ายหวังดี พ่อแม่ทำไมมองลูกแบบนี้ ลูกสามคนก็มีความรักไม่เหมือนกันอีก ผมว่าสิ่งที่ได้จากหนังเรื่องนี้ คือความรักที่ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดอายุ และความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม และผมอยากให้ไปดูความโรแมนติกของน้าหม่ำอีกสไตล์นึง ซึ่งเขาเล่นไปด้วยเขินไปด้วยครับ
มาร่วมลุ้นไปกับรักครั้งแรกของเด็กสาวและรักครั้งสุดท้ายของชายวัยใกล้เกษียณ พร้อมพิสูจน์อิสรภาพทางความรักครั้งนี้ ได้ใน “เลิฟเลย 101” ได้ในวันที่ 8 ก.ย. นี้ ในโรงภาพยนตร์



