ยังคงเป็นมหากาพย์ดราม่าครอบครัวที่สังคมจับตามองอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีของ “ทราย สก๊อต” นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชื่อดัง ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดช็อกว่าตนเองถูกพี่ชายแท้ๆ ล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็ก ทว่ากลับถูกครอบครัวทอดทิ้งและฟ้องร้องข้อหาเนรคุณ ล่าสุด “ทราย” ได้เดินทางมาเปิดใจแบบหมดเปลือกในรายการ “ถกไม่เถียง” ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” พร้อมด้วย “ทนายเจมส์-นิติธร แก้วโต” เพื่อทวงคืนความยุติธรรมและศักดิ์ศรีของตัวเองในฐานะหลานคนหนึ่ง
เมื่อพิธีกรถามถึงกรณีหลักฐานเพิ่มเติมที่เคยระบุไว้ ว่าจะมีการปล่อยออกมาอีกหรือไม่ ทราย สก๊อต เปิดใจว่า โดยเนื้อแท้ตนเป็นนักอนุรักษ์ ไม่ใช่คนที่ชอบทำร้ายใคร สิ่งที่ทำลงไปทั้งหมดเพียงเพื่อปกป้องตัวเอง และอยากให้เรื่องราวนี้จบลงเสียที
“ทรายไม่เคยคิดทำลายครอบครัวตัวเองเลยครับ ไม่เคยคิดด้วยซ้ำ ในวันนี้ทรายแค่ออกมาพูดความจริงในสิ่งที่เกิดขึ้น ทรายไม่ต้องมารับผิดชอบต่อสิ่งที่คนอื่นทำร้ายเรา แต่อยากให้พวกเขารับผิดชอบในสิ่งที่ทำกับทราย เพราะมันผิดกฎหมาย และเป็นสิ่งที่คนเป็นครอบครัวไม่ควรทำกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ทรายแค่อยากเดินออกไปด้วยศักดิ์ศรีในฐานะหลานของคุณตา และอยากให้เรื่องนี้ยุติลงด้วยความชอบธรรม ซึ่งตอนนี้ทรายรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ได้รับมันเลย”
ส่วนกระแสข่าวลือที่ว่า ทรายและคนดูแลไปรุมทำร้ายร่างกายมารดาแท้ๆ เจ้าตัวได้ชี้แจงและปฏิเสธเสียงแข็ง ยืนยันไม่เป็นความจริง
ไม่เจอกันมา 3-4 ปี : ทรายเผยว่าตนไม่ได้พบหน้าแม่มานานหลายปีแล้ว แม้กระทั่งคำฟ้องร้องคดีเนรคุณที่ครอบครัวยื่นฟ้องตนเมื่อต้นปี ก็มีเพียงประเด็นที่ตนไปพูดในรายการว่า “แม่จ้างพี่เลี้ยงที่เคยข่มขืนทรายกลับมาทำงานในบ้าน” เท่านั้น
ท้าโชว์หลักฐาน : ทรายตั้งคำถามว่า หากตนทำร้ายร่างกายแม่จริง เหตุใดถึงไม่มีข้อความนี้ระบุอยู่ในเอกสารคำฟ้องของศาล?
ลั่นปกป้องความลับมาทั้งชีวิต : ตนเก็บงำเรื่องสะเทือนใจนี้มาตลอดชีวิต เพราะไม่อยากให้ใครต้องเจ็บปวด แล้วจะเอาเวลาหรือจิตใจที่ไหนไปทำร้ายคนเป็นแม่ พร้อมตอกกลับญาติบางคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า เคยรู้เรื่องที่ตนถูกพี่ชายข่มขืนไหม หรือดีแต่กุเรื่องใส่ร้ายแม่ขึ้นมาลอยๆ จากอากาศ ถ้ามีหลักฐานก็เอามากางโชว์

นอกเหนือจากประเด็นคดีความเรื่องล่วงละเมิดทางเพศและข้อพิพาทเรื่องที่ดินแล้ว ทราย สก๊อต ยังระบุว่าตนเองกำลังถูกกลั่นแกล้งทางการเงินอย่างไม่เป็นธรรม โดยเผยว่าปกติในทุกๆ ปี คุณตาจะมีเจตนาหลักที่จะมอบเงินปันผลของบริษัทให้กับลูกหลานทุกคนเท่าๆ กัน แต่นับตั้งแต่เกิดปัญหาภายในครอบครัวขึ้น ตนกลับถูกตัดสิทธิและไม่ได้รับเงินก้อนนี้เลยตั้งแต่ต้นปี
ซึ่งทรายได้อธิบายรูปแบบการจัดสรรเงินมรดกของคุณตาให้ทนายเจมส์ฟังว่า
“ตอนแรกคุณตาจะมอบหุ้นบริษัทให้หลานๆ ครับ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างจึงเปลี่ยนเป็นมอบหุ้นให้ลูกๆ (รุ่นแม่) ไปแทน แต่มีข้อตกลงและให้ลูกเซ็นสัญญาว่าจะต้องมอบเงินปันผลในจำนวนที่เท่าเทียมกับมูลค่าหุ้นให้กับหลานๆ ทุกคนในทุกปี ซึ่งทรายได้รับเงินส่วนนี้มาสิบกว่าปีแล้ว เพิ่งจะมาไม่ได้ก็ปีนี้แหละครับ เพราะเขาบีบทรายทุกมิติ ทั้งที่ทรายไม่ได้ทำอะไรผิดเลย”
ทางด้าน “ทนายเจมส์ นิติธร” ได้ให้คำแนะนำทางกฎหมายหลังจากทราบว่า ทรายมีสำเนาเอกสารสัญญาลายลักษณ์อักษรดังกล่าวเก็บไว้ โดยชี้ช่องว่า “หากมีเอกสารสัญญาที่ระบุไว้ชัดเจนแบบนี้ ในทางกฎหมายสามารถยื่นฟ้องร้องต่อศาลเพื่อบังคับให้คู่สัญญาปฏิบัติตามข้อตกลงและจ่ายเงินปันผลตามสิทธิ์ทีควรจะได้ทันที”


ขอบคุณภาพจาก : ถกไม่เถียง



