พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ รอง ผอ.วิทยาลัยสงฆ์ (วส.) พุทธปัญญาศรีทวารวดี หรือ มจร วัดไร่ขิง กล่าวว่า จากการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาสังคม นอกจากการเรียนในห้องเรียนแล้ว จะมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ และเปิด “ศูนย์ปฏิบัติการทางสังคม” หรือ Social Lab เพื่อเป็นพื้นที่ศึกษาวิจัยที่ใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญของคณาจารย์ร่วมกับการปฏิบัติการในพื้นที่ของนิสิตระดับปริญญาโท ขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่น โดยมีความร่วมมือกับภาคีต่างๆ ระหว่างชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการ และภาคเอกชนที่มีเป้าหมายร่วมกัน ล่าสุดนิสิตจากหลักสูตรดังกล่าวในรุ่นที่ 4 ได้ลงพื้นที่ช่วยแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชุมชน ภายใต้ชื่อ โครงการต้นแบบการกำจัดของเสียจากการเลี้ยงโคนม ชุมชนบ้านดงยาง หมู่ 3 ต.ดอนกระเบื้อง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี จนสามารถช่วยแก้ปัญหาของเสียจากการเลี้ยงโคนมของชุมชนได้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าชื่นชมของนิสิตหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาสังคม ที่เข้าไปช่วยแก้ปัญหาในชุมชน สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนักพัฒนาสังคม มจร วัดไร่ขิง สอบถามได้ที่ โทร. 089-2231243

นายพิชิต ชัยมาลา ตัวแทนนิสิต กล่าวว่า ตลาดน้ำนมดิบมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นตามจำนวนของประชากรในประเทศและต่างประเทศ จึงส่งผลให้มีการขยายตัวในการเลี้ยงโคนมเพื่อตอบสนองความต้องการน้ำนมดิบ โดยประเทศไทยมีการเลี้ยงโคนมอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ โดยเฉพาะใน จ.ราชบุรี ครอบคลุมพื้นที่ อ.โพธาราม อ.เมืองราชบุรี อ.ดำเนินสะดวก อ.จอมบึง และอ.บ้านโป่ง ทั้งนี้มีรายงานว่าโคนม 1 ตัวถ่ายมูลวันละ 45.5 กิโลกรัม และเยี่ยววันละ 13.4 ลิตร และแม้จะมีการเก็บมูลโคนมนำมาตากเพื่อขายไปเป็นปุ๋ย แต่ยังคงมีบางส่วนตกค้างอยู่เมื่อมีการฉีดล้างคอก ทำให้เกิดน้ำเสีย ปริมาณน้ำทิ้งที่เหลือส่วนใหญ่จะไหลไปตามรางระบายออกไปสู่คลองธรรมชาติ ประกอบกับยิ่งสภาพคอกที่อยู่ใกล้ชิดที่พักอาศัยรวมทั้งยังไม่มีวิธีการบำบัดที่ดีพอ การเลี้ยงโคนมจึงก่อให้เกิดปัญหามลพิษ ได้แก่ น้ำเสีย ของเสีย และมีกลิ่นเหม็น จนทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมกลิ่นเหม็น น้ำในคลองเน่าเสีย ดังนั้น คณะนิสิตหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพัฒนาสังคม วส.พุทธปัญญาศรีทวารวดี จึงจัดทำโครงการต้นแบบการกำจัดของเสียจากการเลี้ยงโคนมชุมชนบ้านดงยาง หมู่ 3 ต.ดอนกระเบื้อง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการของเสียจากฟาร์มโคนมขนาดเล็ก เพื่อให้เกิดฟาร์มต้นแบบในการจัดการของเสียนำไปสู่การแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ใช้เวลาในการปฏิบัติการและพัฒนา ระหว่างเดือนพ.ค.-ส.ค. 2565

นายพิชิต กล่าวต่อไปว่า โดยมีการลงพื้นที่เพื่อหาความต้องการของชุมชน วิเคราะห์ปัญหาร่วมกับชุมชน แก้ไขปัญหา ชี้แจงให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงานก่อสร้างบ่อบำบัดของเสียก่อนปล่อย และอธิบายแบบแปลนการก่อสร้าง ขั้นตอนวิธีการ คุณสมบัติการเลือกใช้ชนิดของจุลินทรีย์และวัชพืชแต่ละชนิดให้เหมาะสมกับของเสีย การเติมออกซิเจนให้กับน้ำ เพื่อการบำบัดของเสียจากคอกสัตว์ก่อนปล่อยลงสู่คลองธรรมชาติ โดยได้มีการพูดคุยกับชาวบ้านในชุมชนที่ประกอบอาชีพเลี้ยงโคนม ชาวบ้านก็ทราบถึงผลกระทบจากของเสียที่ปล่อยลงคลองสาธารณะ โดยมีการทำบ่อบำบัดของเสียขนาดเล็กใช้พื้นที่ประมาณ 1.50 x 2.50 เมตร ความสูงบ่อ 1.20 เมตร ค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ไม่เกิน 3,000 บาท เมื่อทำเสร็จบ่อบำบัดสามารถอยู่ได้นานถึง 10 ปี ซึ่งเป็นการใช้วิธีธรรมชาติบำบัด และเมื่อส่งตรวจตัวอย่างน้ำผลให้ค่า PH เฉลี่ยอยู่ที่ 7.15 ซึ่งเป็นค่าที่มีความเป็นกลาง จุลินทรีย์พืชน้ำสามารถอยู่ได้ จึงสามารถใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงนำมาใส่ไว้ในบ่อพักเพื่อเพิ่มออกซิเจน และเพิ่มปั๊มออกซิเจนเข้าไปในบ่อบำบัดเพื่อเติมออกซิเจนเข้าไปในบ่อ เมื่อเราส่งตรวจคุณภาพน้ำเบื้องต้นพบว่า ค่า COD ลดลงถึง 6 เท่า ถึงยังไม่ใช่ค่าที่จะปล่อยลงแหล่งน้ำสาธารณะได้แต่ก็สามารถทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้นได้ โดยคณะผู้ทำงานรอผลอย่างเป็นทางการจากม.เกษตรศาสตร์ เมื่อมีการแจ้งเป็นหนังสือมาแล้วเราก็จะนำไปส่งต่อให้ทาง อบต.ดอนกระเบื้อง เพื่อได้นำไปพิจารณาใช้แก้ปัญหาน้ำเน่าเสียในชุมชนต่อไป.