เมื่อวันที่ 5 ก.ย. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักเขตห้วยขวาง และผู้ประกอบการ ลงพื้นที่ดูวิธีการโหลดปูน การผสมปูน เพื่อติดตามมาตรการป้องกันฝุ่นละอองของแพลนท์ปูนในพื้นที่เขตห้วยขวาง ซึ่งมีแพลนท์ปูน 10 แห่ง
ได้แก่ 1.บจก.นครหลวง คอนกรีต 2.บจก.น่ำเฮงคอนกรีต 3.บจก.โอ อาร์ ซี พีเมียร์ 4.บจก.คิวมิกซ์ซัพพลาย 5.บจก.ที พี ไอ คอนกรีต 6.บจก.เอเชียผลิตภัณฑ์ซีเมนต์ 7.บจก.ชลประทานคอนกรีต 8.บจก.ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง 9.บจก.น่ำเฮงคอนกรีต และ 10.บจก.เอ็มคอนกรีต
โดย รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุ ช่วงฤดูแล้งทุกปี กทม.จะประสบปัญหาเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งจะเริ่มเข้ามาเมื่อหมดฤดูฝน ขณะที่สำนักสิ่งแวดล้อมร่วมกับสำนักงานเขตมีแผนลงพื้นที่โดยใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ตรวจสอบปริมาณฝุ่นละออง พร้อมติดตามมาตรการป้องกันปัญหาฝุ่ โดยเข้าไปตรวจไซต์งานก่อสร้างและแพลนท์ปูนในพื้นที่ กทม. ซึ่งการผสมปูนจะนำอิฐหินปูนทรายมาโหลด จึงต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่าไม่มีฝุ่นละอองกระจายในพื้นที่
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพื้นที่เขตห้วยขวางทางแพลนท์ปูนให้ความมั่นใจว่าการโหลดปูน การผสมปูน และการทำงานแต่ละครั้งจะมีวิธีป้องกัน เริ่มตั้งแต่การนำอิฐหินปูนทรายเข้ามาจะต้องฉีดสเปรย์น้ำ พ่นละอองน้ำ การล้างทำความสะอาดล้อรถบรรทุก การติดตั้งผ้าใบคลุมท้ายรถบรรทุก ซึ่งทางแพลนท์ปูนดำเนินการต่อเนื่องทำให้ปัญหาในพื้นที่ลดลง อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบแล้วพบปริมาณฝุ่นเกินค่ามาตรฐานไซต์งานก่อสร้างและแพลนท์ปูนก็ต้องปรับปรุง และหากเกินค่ามาตรฐานจำนวนมากต้องสั่งหยุดการทำงานและแก้ไขให้ได้มาตรฐาน
“การทำงานจะเน้นป้องกันมากกว่าแก้ไข จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเรามีวิธีการป้องกันกับการทำงานที่ดีปัญหาเรื่องฝุ่นละอองในพื้นที่ กทม.จะลดน้อยลง ปัจจุบันมีไซต์งานก่อสร้างและแพลนท์ปูนอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่อยู่หลายโครงการ การป้องกันก็คือการเข้ามาตรวจสอบว่าไซต์งานก่อสร้างหรือแพลนท์ปูน ดำเนินการอย่างถูกต้องตามใบอนุญาตที่ได้รับไป ปัญหาเรื่องฝุ่นละอองก็ไม่ควรเกิดขึ้น” รองผู้ว่าฯ ระบุ.






