เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ผศ.ดร.ลินดา เกณฑ์มา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย (ทปอ.มรภ.) เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาจึงได้มีการประชุมระหว่าง ศ.ดร.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. รศ.ดร.สมบัติ คชสิทธิ์ นายกสภา มบส. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร โดยมี ปลัด อว. เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมได้มีการหารือกันเกี่ยวกับการกำหนดแนวทาง แผนงาน/โครงการในการสนับสนุนการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ร่วมของมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ให้สอดคล้องกับแผนงานยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ตามยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันของรัฐบาล โดยในการประชุมได้เสนอแผนภาพรวมของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่งจะได้ร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Action Plan) เพื่อกำหนดทิศทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสู่การขับเคลื่อนประเทศระยะ 5 ปี รวมทั้งจัดทำ Super KPI ร่วมกันเพื่อการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว ภายในประเทศ 2570
ผศ.ดร.ลินดา กล่าวต่อว่า สำหรับแผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์ จะมี 4 ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาท้องถิ่น โดยการต่อยอดวิศวกรสังคมไปสู่การพัฒนาชุมชน มีแนวทางการจัดทำ Community Innovation Zone ส่งเสริมนวัตกรรมในระดับพื้นที่ ร่วมมือกับภาคเอกชน ชุมชน พัฒนาคุณภาพโรงเรียนแบบไตรภาคี รวมทั้งมีการเสนอ Community Based Green Economy เป็นแพลตฟอร์มของมหาวิทยาลัยราชภัฏร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิตและพัฒนาครู เช่น การ Teacher System Reform, การพัฒนาสมรรถนะและคุณภาพครูและการวิจัยด้านการศึกษา ยุทธศาสตร์ที่ 3 การยกระดับคุณภาพการศึกษา ด้วยการยกระดับ Soft Skill นักศึกษาและบัณฑิต, การพัฒนาหลักสูตรที่คำนึงถึงอาชีพในอนาคต และการเติบโตของเศรษฐกิจในท้องถิ่น, การจัดการศึกษาร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยและผู้ประกอบการแบบ Co-Creation, การเชื่อมโยงกับนานาชาติ และการขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง และยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาระบบการบริหารการจัดการ ด้วยการบริหารระบบงบประมาณ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ รวมถึงการขับเคลื่อนสู่ Digital University เชื่อมโยงไปถึงเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และระบบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ National Credit Bank เป็นต้น
ผศ.ดร.ลินดา กล่าวอีกว่า ส่วนการจัดทำ Super KPI เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว ภายในปี พ.ศ. 2570 มีดังนี้ 1. การสร้างมูลค่าเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากการท่องเที่ยวชุมชนวัฒนธรรมภูมิปัญญา พืช สัตว์เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมตัวรองในพื้นที่ โดยใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยเป็นจุดศูนย์กลางการเรียนรู้ เสมือนจริงและขยายผลสู่ชุมชนท้องถิ่น เพื่อเพิ่ม GPP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดในสัดส่วนร้อยละ 30 2.ลดหนี้และสร้างวินัยทางการเงินของครัวเรือนนักศึกษาและบุคลากร มุ่งสู่การผลิต บัณฑิตราชภัฏทุกระดับ ทุกคณะ ทุกสาขาให้มีอาชีพที่ดีมีงานทำ และมีวินัยทางการเงิน จำนวน 500,000 คน และ 3. บัณฑิตครูและศิษย์เก่าที่ประกอบวิชาชีพครูในพื้นที่บริการมีความสามารถ จัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะอย่างดีเยี่ยม ร้อยละ 100 โดยมีโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นต้นแบบการจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะและคุณลักษณะของผู้เรียน 4 ประการ ตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา.



