นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)ในฐานะประธาน คณะทำงานจัดทำนโยบายการดำเนินงานดาวเทียมแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะทำงานฯและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอีเอส) เตรียมส่งหนังสือแสดงความต้องการเพื่อร่วมประมูลวงโคจรดาวเทียม ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการ ประมูลเอง และการร่วมลงทุนกับเอกชนที่ชนะการประมูล หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช.เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (แพ็คเกจ) (ฉบับแก้ไขปรับปรุง) ในวันที่ 12 ก.ย.และเตรียมจัดประมูลช่วงเดือน ธ.ค.นี้ โดย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ให้เป็นผู้บริหารกิจการดาวเทียมของชาติ
“สิ่งที่กังวลคือ รัฐบาลต้องมีความจุของดาวเทียมให้เพียงพอต่อการใช้งาน ทั้งเรื่องภัยพิบัติ ความมั่นคง ขณะเดียวกันก็ต้อง ไม่กระทบต่อเอกชน เพราะรัฐบาลต้องการใช้งานแค่ 2% เท่านั้น ดีอีเอส จึงมีหน้าที่หารือกับ กสทช.ขณะที่เอ็นที มีหน้าที่ เจรจากับเอกชนที่จะเข้าร่วมประมูลว่าหากลงทุนร่วมกันแล้ว จะมีขอเสนอ ให้เอกชนอย่างไรบ้าง โดยในร่างประกาศฯ ข้อ 30 ระบุว่าให้ผู้ชนะการประมูลแบ่ง 1 ช่องสัญญาณ ให้ภาครัฐใช้เพื่อความมั่นคงและประโยชน์ สาธารณะ และดาวเทียม บรอดแบนด์ ต้องแบ่ง ความจุให้รัฐ 1% หากดาวเทียมมีขนาด 100 กิกะไบต์ แบ่งมา 1% ให้รัฐใช้ 1 กิกะไบต์เพียงพอ แต่ไทยคม 4 มี 45 กิกะไบต์ แบ่ง 1% จะได้เพียง 0.45 กิกะไบต์ ไม่เพียงพอ เพราะรัฐใช้งาน อยู่ที่ 0.80 กิกะไบต์”
นายภุชพงค์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้วงโคจร 119.5 องศาตะวันออก หรือ ไทยคม 4 ที่ได้รับทรัพย์สินหลังจากหมดสัญญา สัมปทานมาจาก บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) นั้น อายุทางวิศวกรรมจะใช้ได้ถึงปี 66 โดยอาจจะยืดอายุเวลา ในการใช้งานไปก่อนได้ หากได้วงโคจรมาตามเงื่อนไขของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) สามารถจองวงโคจรไว้ก่อน 3 ปี ได้ เพื่อรอการสร้างดาวเทียมดวงใหม่มาทดแทนดวงเดิม.



