จากกรณี โรงแรมบลูลากูน เดอะ ทีค วิง ตั้งอยู่พื้นที่ หมู่ที่ 2 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นของ น.ส.ยมนา พูลสวัสดิ์ เจ้าของที่ดินให้เช่า ได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวน บุกเข้าไปลักเอาทรัพย์สินภายในโรงแรม ทำให้ได้รับความเสียหายมากกว่า 70 ล้านบาท ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้เข้ามาควบคุมดูแล การสืบสวนคดีดังกล่าว เนื่องจากเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนอย่างมาก รวมทั้งเป็นคดีที่มีมูลค่าความเสียหายสูง ซึ่งต่อมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8 และ พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ให้เร่งทำการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุดังกล่าวมาดำเนินคดีโดยเร็ว ตามที่ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น ต่อมา มีรายงานฝ่ายสืบสวนแจ้งว่า ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายที่เข้าไปลักทรัพย์สินในโรงแรมไว้ได้แล้ว 9 ราย

ทั้งนี้โรงแรมดังกล่าวถูกเช่าพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2533 ภายใต้สัญญา 30 ปี และครบกำหนดในปี 2563 โดยผู้เช่ายังไม่ดำเนินการส่งมอบทรัพย์สินด้วยลายลักษณ์อักษร ทำให้ผู้เช่าได้รับพื้นที่ดังกล่าวคืนพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาที่ระบุว่า ตัวอาคารโรงแรมและทรัพย์สินภายในโรงแรมทั้งหมดที่เป็นส่วนควบ จะต้องตกเป็นของผู้ให้เช่า โดยสัญญาเช่าได้ระบุว่า “หากผู้เช่าช่วง ตกลงว่ากรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ใดๆ ซึ่งปลูกสร้างอยู่บนที่ดินตามสัญญานี้ จะต้องโอนไปยังผู้ให้เช่าช่วง เมื่อสิ้นอายุของการเช่าตามสัญญาเช่าช่วงฉบับนี้”

แต่เมื่อวันที่ 22 ส.ค.65 ที่ผ่านมา ผู้เสียหายเข้าไปตรวจดูภายในโรงแรม กลับพบว่ามีทรัพย์สินสูญหายไปเป็นจำนวนมาก กระทั่งทางเจ้าหน้าที่สืบสวนว่ากลุ่มผู้ต้องหาวางแผนกลับเข้ามาลักเอาทรัพย์สินในโรงแรมเพื่อนำไปขายต่อ จึงได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบโกดังเก็บของ ซึ่งมีหนึ่งในผู้ต้องหาเป็นผู้ดูแล โดยภายในโกดังพบวัสดุที่ใช้ในโรงแรมดังกล่าวหลากหลายชนิด เช่น โต๊ะ เตียง ตู้ และสุขภัณฑ์ ส่วนภายนอกโกดังยังพบเหล็กกล่องที่ใช้ตกแต่งโรงแรมอีกจำนวนหนึ่ง จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง

นอกจากนี้ยังพบของกลางทางคดีอีกหลายรายการ ได้แก่ รถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุจำนวน 2 คัน รถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน 1 คัน ชุดถังแก๊สที่ใช้ในการตัดเหล็ก จำนวน 1 ชุด ท่อนเหล็ก วงกบประตู บานหน้าต่างไม้ แผ่นหลังคาเมทัลชีท ทรัพย์สินดังกล่าวได้จากโรงแรมที่เกิดเหตุ โดยกลุ่มผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปดำเนินคดีในความผิดฐาน “…ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทาความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือรับของโจร…”

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ยุทธนา ศิริสมบัติ ผกก.สภ.บ่อผุด พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน ร่วมกับนางยมนา พูลสวัสดิ์ เจ้าของโรงแรม ได้เข้าตรวจสอบทรัพย์สินในโรงแรมเพื่อประเมินมูลค่าความเสียหายของทรัพย์สินอีกครั้ง จากการตรวจสอบพบว่าไม่ใช่ทุกห้องที่จะได้รับความเสียหายจากการถูกขโมย เจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างทำการประเมินพบว่า มูลค่าทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปในครั้งแรกประมาณ 17,548,000 บาท ขณะนี้สามารถติดตามกลับมาได้จำนวน 381 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 659,000 บาท และตรวจพบทรัพย์สินในที่เกิดเหตุที่ยังไม่สูญหาย จำนวน 1,001 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,557,500 บาท สรุปความเสียหายเบื้องต้นคิดมูลค่าประมาณ 14,331,500 บาท.