สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่า นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กล่าวถึงสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่าครึ่งปีแล้ว ว่าหากรัสเซียและประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ยุติการสู้รบ แน่นอนว่าสันติภาพจะบังเกิด


อย่างไรก็ตาม หากยูเครนเป็นฝ่ายยุติการสู้รบ สถานการณ์จะเป็นไปในทางตรงกันข้าม นั่นคือ “ยูเครนจะเป็นฝ่ายสิ้นชาติ” เนื่องจากเป้าหมายสูงสุดของรัฐบาลมอสโก “คือการควบคุมยูเครนอย่างเบ็ดเสร็จ” และอย่างน้อยที่สุด “ทุกภาคส่วนต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนนี้” เพื่อรับมือกับการสู้รบที่จะยืดเยื้อไปจนถึงฤดูหนาว นาโตและพันธมิตรต้องเดินหน้ามอบความสนับสนุนให้แก่ยูเครนต่อไป เนื่องจากการสู้รบท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็นจัด เป็นสถานการณ์ที่จะลำบากอย่างมากกับทุกฝ่าย


แม้คาดการณ์ว่า การรุกคืบทางทหารของรัสเซีย “ชะงักงัน” โดยเฉพาะในสมรภูมิดอนบาส ที่อยู่ทางตะวันออกของยูเครน แต่สโตลเทนเบิร์ก ยอมรับว่า ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ในเวลานี้ ว่าสงครามจะยืดเยื้อต่อไปอีกนานแค่ไหน กระนั้นนาโตยังคงเชื่อมั่นว่า สถานการณ์จะยุติด้วยการเจรจา “เมื่อถึงเวลาเหมาะสม” ทว่า “ยังไม่มีสัญญาณ” จากรัฐบาลมอสโก

นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การนาโต


ด้านรัฐบาลมอสโก ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างเป็นทางการ ต่อคำกล่าวของเลขาธิการนาโต แต่ก่อนหน้านั้น รัสเซียเตือนอย่างต่อเนื่อง ว่าการที่นาโตและตะวันตกยังคงสนับสนุนด้านอาวุธให้แก่ยูเครน มีแต่จะยิ่งทำให้สงครามยืดเยื้อนานออกไปอีกเท่านั้น


อนึ่ง นายดมิทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของรัสเซีย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ ว่า รัฐบาลมอสโกเตรียมการหารือแบบตัวต่อตัว กับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน “แต่มีเงื่อนไขบางประการ”


เกี่ยวกับความพยายามของยูเครนในการเข้าเป็นสมาชิกนาโต เมดเวเดฟกล่าวว่า เป็นเรื่องที่รัสเซีย “ยังคงให้ความสำคัญ” อย่างไรก็ตาม ต่อให้รัฐบาลเคียฟล้มเลิกแผนการดังกล่าว “ก็ไม่เพียงพออีกต่อไป ที่เรื่องนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างสันติภาพ” และกองทัพรัสเซียจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อไป จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย นั่นคือ “การปลดปล่อยยูเครนให้หลุดพ้นจากนาซี”.

เครดิตภาพ : REUTERS