เมื่อวันที่ 11 ก.ย. นายธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตประเวศ นายกิตพล เชิดชูกิจกุล อดีต ส.ก.เขตประเวศ พร้อมด้วยผู้แทน สน.ประเวศ สำนักงานเขตประเวศและผู้เกี่ยวข้อง จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชนภายในซอยอ่อนนุช65 ซึ่งเป็นซอยที่มีการพัฒนาขยายตัวของที่อยู่อาศัยอย่างรวดเร็ว จากซอยเปลี่ยวที่ติดอันดับต้นๆ ของเขตประเวศ ในปี 2556 มาถึงปัจจุบันกลายเป็นซอยที่มีหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ถึง 7 หมู่บ้าน และยังมีชุมชนที่อยู่อาศัยดั้งเดิม และโรงเรียนอีก 1 แห่ง โดยกายภาพของถนนเป็นซอยขนาด 2 ช่องจราจรไปกลับไหล่ทางแคบเป็นช่วงๆ และมีสะพานข้ามคลองประเวศ
โดยประชาชนภายในซอยได้ร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงานรวมถึงร้องเรียนมาที่ ส.ก. ถึงผลกระทบจากการจราจรภายในซอยในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า ที่ต้องใช้เส้นทางออกสู่ถนนหลักโดยออกทางปากซอยอ่อนนุช65เท่านั้น ส่งผลให้รถติดในซอยอย่างหนัก ในบางครั้งใช้เวลาถึง 20 นาที

นายกิตพล กล่าวว่า หลังจากได้รับทราบปัญหาก็ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้ง สน.ประเวศ ที่รับผิดชอบจัดการจราจร สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กทม. สำนักงานเขตประเวศ และลงสอบถามประชาชนเพื่อหาทางแก้ไข จึงได้นำมาสู่การทดลองปรับการจราจรปากซอย 65 ให้เป็น 3 แยกชั่วคราว
ซึ่งทีมงานได้ปรับกายภาพปากซอย เพิ่มสัญญาณจราจรชั่วคราวบนพื้นทาง ตัดเกาะกลางถนนให้รถสามารถเลี้ยวขวาไปด้านพัฒนาการได้โดยไม่ต้องรอจังหวะไปกลับรถ โดยทดลองในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า 06.30-08.30 น. วันจันทร์-ศุกร์ โดยได้ขอความอนุเคราะห์เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ พร้อมทีมงานอาสาจราจรมาช่วยจัดการจราจร ช่วงทดลอง ตั้งแต่ วันที่ 5 ส.ค.65 จนถึงปัจจุบัน

โดยใช้เวลาปล่อยรถเลี้ยวขวาออกจากซอยครั้งละไม่เกิน 1 นาทีเป็นช่วงสั้นๆ โดยสอดคล้องกับปริมาณรถในซอยที่มีท้ายแถวไม่เกินสะพานข้ามคลองประเวศ และเพื่อไม่ให้กระทบกับการจราจรบนถนนอ่อนนุช โดยจากการเก็บข้อมูลพบว่าทำให้รถที่รอออกปากซอยใช้เวลาเร็วขึ้น มีระยะรอคอยไม่เกิน 3 นาที โดยที่รถทางตรงบนถนนอ่อนนุชใช้เวลาหยุดรอไม่เกิน1นาที ในแต่ละรอบที่ให้สัญญาณรถเลี้ยวขวาออกจากซอย โดยเก็บข้อมูลท้ายแถวทุกด้านทุกๆ 10 นาที ซึ่งขณะนี้ทดลองเป็นเวลา 6 สัปดาห์ จึงได้นำผลมารายงานต่อประชาชนเพื่อขอทราบความคิดเห็นในการแก้ปัญหาจุดนี้เป็นการถาวร หากประชาชนเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวก็จะเสนอทาง สจส. จัดทำสัญญานไฟจราจรถาวร เพื่อให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยต่อไป
ทั้งนี้ในที่ประชุมมีตัวแทนประชาชนและหมู่บ้านจัดสรรเห็นด้วยกับการทดลองช่วงที่ผ่านมา และได้ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติม อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้เส้นทางในซอยทุกคน จึงต้องจัดทำแบบสอบถามส่งถึงผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านต่างๆ รายบุคคลอีกครั้ง โดยได้ขอทางตัวแทนหมู่บ้านและชุมชนร่วมออกแบบแบบสอบถามว่าจะมีประเด็นใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่ เพื้อที่จะสะท้อนการแก้ไขปัญหาให้ครอบคลุมมากขึ้น ก่อนนำไปรับฟังลูกบ้านให้เป็นรูปแบบเดียวกันทุดกหมู่บ้านและชุมชน

หลังจากนั้นเมื่อได้คำตอบมาครบถ้วนแล้ว ทาง ส.ก.ก็จะได้ประสานงานกับ กทม. เพื่อเดินหน้าจัดทำสัญญานไฟจราจรต่อไป คาดว่าจะนำส่งแบบสอบถามให้ประชาชนภายในเดือน ก.ย. นี้ และนำข้อมูลที่ได้ส่งไปยัง สจส.ภายในไม่เกินเดือน ต.ค. นี้ โดยการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรในจุดนี้ทาง สจส.ประมาณการณ์ใช้งบราว 2.5 ล้านบาท.



