เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่บริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม เขตจตุจักร กทม. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมกับมวลชนคนเสื้อแดง บริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อปักหลักรอรับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการปล่อยตัวในวันพรุ่งนี้เช้า

โดยระบุว่า ครอบครัวของนายทักษิณ ชินวัตร รวมถึงประชาชนที่ติดตามให้กำลังใจ ต่างเฝ้ารอการได้รับอิสรภาพในวันพรุ่งนี้ โดยตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันนี้มีประชาชนทยอยเดินทางมาปักหลักหน้าเรือนจำอย่างคึกคัก ทั้งกลุ่มที่ทำกิจกรรมอยู่เป็นประจำ และผู้สนับสนุนจากต่างจังหวัดที่ตั้งใจมาค้างคืนเพื่อรอต้อนรับ ขณะที่ประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก็เตรียมเดินทางมาพบปะและให้กำลังใจกัน หลังยืนหยัดเคียงข้างกันมากว่า 20 ปี

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า วันพรุ่งนี้ตนจะเดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้ามืด เนื่องจากกังวลปัญหาการจราจร โดยคาดว่าอดีตนายกรัฐมนตรีจะได้รับการปล่อยตัวในช่วงใกล้เวลา 08.00 น. ก่อนพบปะทักทายผู้สนับสนุนช่วงสั้น ๆ แล้วเดินทางกลับบ้านพัก ไม่มีการปราศรัยหรือกิจกรรมพิเศษ พร้อมขออภัยประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบด้านการจราจร โดยยืนยันว่าได้ประสานตำรวจและกรมราชทัณฑ์ เพื่อลดผลกระทบให้มากที่สุด

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงสิ่งแรกที่จะทำเมื่อได้พบ นายทักษิณ ชินวัตร ว่า คงยกมือไหว้และอาจไม่มีโอกาสพูดคุยกันมากนัก เพราะเวลาค่อนข้างจำกัด แต่จะขอเป็นตัวแทนผู้สนับสนุนในการส่งกำลังใจ และยืนยันว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอำนาจรัฐประหารจะไม่เดินเดียวดาย เพราะยังมีประชาชนผู้รักประชาธิปไตยคอยยืนเคียงข้างเสมอ

นายณัฐวุฒิ ระบุว่า นายทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีผลงานเป็นรูปธรรม ได้รับคะแนนเสียงสูงสุด และมีศักยภาพในการบริหารประเทศมากที่สุดคนหนึ่งของไทย ขณะเดียวกันก็เป็นผู้นำจากการเลือกตั้งที่ได้รับผลกระทบจากอำนาจรัฐประหารและกลุ่มอำนาจนอกระบบอย่างต่อเนื่อง

ส่วนกรณีเสียงคัดค้านการพักโทษ นายณัฐวุฒิ มองว่า เป็นกระบวนการที่ผ่านการพิจารณาตามขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์อย่างรอบคอบ และอดีตนายกรัฐมนตรีมีคุณสมบัติเข้าหลักเกณฑ์ครบถ้วน แม้ส่วนตัวตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการติดกำไล EM ในวัย 77 ปี เพราะเชื่อว่าไม่มีพฤติกรรมหลบหนี แต่เมื่อเป็นมติของผู้มีอำนาจก็พร้อมยอมรับ และเชื่อว่านายทักษิณ ชินวัตร พร้อมเผชิญทุกสถานการณ์

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงบทบาททางการเมืองในอนาคตของอดีตนายกรัฐมนตรีว่า หากต้องการพักหรือถอยไปทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ก็พร้อมเคารพการตัดสินใจ และไม่ได้เรียกร้องให้กลับมาทำงานการเมืองโดยตรง เพราะการเมืองและการบริหารประเทศยังต้องเดินหน้าต่อไปไม่ว่าบทบาทของนายทักษิณจะเป็นอย่างไร

นอกจากนี้ ยังกล่าวขอบคุณ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ออกมาแสดงความยินดีกับการได้รับอิสรภาพ พร้อมระบุว่า หลายคนในพรรคภูมิใจไทยเคยร่วมงานกับ นายทักษิณ ชินวัตร มาก่อน และมองว่าแม้ใครจะไม่เห็นด้วยหรือไม่สนับสนุน ก็ไม่ควรซ้ำเติมผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอำนาจเผด็จการ พร้อมย้ำว่าประชาชนผู้รักประชาธิปไตยจะยังคงยืนเคียงข้างกันต่อไป.