สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า เกิดเหตุไฟดับทั่วทั้งภูมิภาคคาร์คิฟ และโดเนตสก์ ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และไฟดับบางส่วนในภูมิภาคซาโปริชเชีย ไนโปรเปทรอฟสก์ และซูมี ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ “ซึ่งเป็นผลจากการโจมตีทางทหารของรัสเซีย”

บรรยากาศมืดมิดที่เมืองคาร์คิฟ ของยูเครน หลังโรงไฟฟ้าในพื้นที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งรัฐบาลเคียฟกล่าวหารัสเซียอยู่เบื้องหลัง


ขณะที่ นายโอเล็ก ซีเนกูบอฟ ผู้ว่าการภูมิภาคคาร์คิฟ กล่าวเสริมว่า นอกเหนือจากกระแสไฟฟ้าที่ดับเป็นวงกว้างแล้ว ระบบน้ำประปายังใช้การแทบไม่ได้แล้วเช่นกัน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานหลักทั้งสองระบบได้รับความเสียหายอย่างหนักจากปฏิบัติการของกองทัพรัสเซีย

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งควบคุมสถานการณ์ที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อน ในเมืองคาร์คิฟ


สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังกองทัพยูเครนรายงาน การกระชับพื้นที่คืนจากกองทัพรัสเซียได้มากกว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร นับตั้งแต่ต้นเดือนนี้ รวมถึงเมืองบาลาคลิยา และเมืองอิซูม ในภูมิภาคคาร์คิฟ ที่กองทัพรัสเซียยืนยันการถอยร่นออกจากเมืองทั้งสองแห่ง เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยืนยันว่า “เป็นการจัดกำลังพลใหม่”

TRT World


อย่างไรก็ตาม บริษัทอีเนอร์โกอะตอม ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานนิวเคลียร์ของยูเครน ประกาศ ปิดทำการเตาปฏิกรณ์ตัวสุดท้าย จากทั้งหมด 6 ตัว ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซาโปริชเชีย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดทั้งในยูเครนและในยุโรป ตั้งอยู่ที่เมืองซาโปริชเชีย ริมแม่น้ำไนเปอร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เนื่องจากความกังวลเรื่องการรั่วไหลของกัมมันตรังสี และการสู้รบด้านนอกโรงไฟฟ้าที่ยังคงรุนแรง


อนึ่ง ธนาคารโลก ( เวิลด์แบงก์ ) และคณะกรรมาธิการยุโรป ( อีซี ) ประเมินร่วมกันว่า งบประมาณเพื่อการฟื้นฟูยูเครน ซึ่งเสียหายอย่างหนัก นับตั้งแต่เข้าสู่สงครามเมื่อนานกว่า 6 เดือนที่แล้ว อยู่ที่อย่างน้อย 349,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 12.7 ล้านล้านบาท ).

เครดิตภาพ : REUTERS