นายนภัทร ศิริธรรม ซีอีโอ มหาบอท (MA 5 BOT) แพลตฟอร์ตซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีระบบอัตโนมัติ เปิดเผยว่า มหาบอทเตรียมรุกตลาดซื้อขายคริปโตในประเทศไทย ด้วยการนำเสนอซอฟต์แวร์ หรือระบบโรบอท คริบโตเทรด ที่ทำงานด้วยระบบอัลกอริทึมที่จะช่วยนักลงทุนทำการซื้อขายโดยไม่ต้องมานั่งเฝ้ากราฟ หรือหน้าจออยู่ ตลอดเวลา โดยมีเครื่องมือ ให้ลูกค้าสามารถเลือกไปใช้กับสินทรัพย์ที่ถืออยู่ด้วยตนเอง โดยการเทรดตามอัลกอริทึม ที่เรียกว่า รีบาลานซ์ ช่วยคำนวณมูลค่าสินทรัพย์ทั้งสองฝั่ง โดยเมื่อราคาขึ้นจะตัดขายที่ละนิดไปตลอดทาง และถ้าลง อัลกอริทึมก็จะช่วยเฉลี่ยไล่ซื้อลงมา
“หลังจากพัฒนาแพลตฟอร์มขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน เพื่อใช้ในกลุ่มเพื่อนๆ หลังจากนั้นพอโควิดระบาด จึงเริ่มมาเปิดใช้แบบพาณิชย์ โดยเริ่มในการะดานเทรดในต่างประเทศก่อน ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับอย่างดีจากนักลงทุนในต่างประเทศ จึงเริ่มหันมารุกตลาดในประเทศตั้งแต่เดือน ก.ค. ปีที่แล้ว จนถึงสิ้นปีที่ผ่านมา มีลูกค้าแล้ว 4,300 ราย มีมูลค่า การซื้อขาย (โวลุ่ม) ประมาณ 137 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4,971 ล้านบาท และติดท็อป 15 ของโลกใน กระดานเทรดต่างประเทศ”

นายนภัทร กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มเป้าหมาย คือกลุ่มนักลงทุนหน้าใหม่ หรือ ผู้เริ่มสนใจลงทุนในคริปโตฯ ที่ยังไม่มีพื้นฐาน โดยเน้นสร้างการรับรู้ในกลุ่มนักเทรด ผ่านการสาธิตให้อินฟลูเอนเซอร์ดัง ๆ พร้อมเปิดเพจ และช่องทางสื่อสารเพื่อสอนการใช้ รวมถึงสร้างกลุ่มคอมมูนิตี้ของนักลงทุนที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ซึ่งบริษัท จะมีรายได้จากการเช่าใช้โปรแกรมเดือนละ 2,000 บาท ซึ่งจะไม่มีการรับฝากหรือถอนเงินเทรด ไม่มีการแนะนำ เหรียญลงทุน ไม่มีการรับคำสั่งซื้อ แค่เป็นการเชื่อมต่อเอพีไอกับกระดานซื้อขายและนักลงทุนเป็นผู้ตั้งระบบ
โดยตั้งเป้าหมายว่าเมื่อถึงสิ้นปีนี้จะมีผู้ใช้งานคนไทยมากกว่า 6,000 ราย และมีมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 9,000 ล้านบาท โดยกำลังพาร์ทเนอร์กับผู้ให้บริการกระดานซื้อขายในไทย 2 ราย รวมถึงโบรกเกอร์ นอกจากนี้จะขยายบริการไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค คือ เวียดนาม ฟิลิปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์ ในปีหน้า ซึ่งจะทำให้ยอดใช้งานมีมากกว่า 2 หมื่นราย เป็นผู้นำในตลาดอาเซียน
“ตลาดซื้อขายคริปโตฯ แม้ช่วงนี้จะเป็นขาลง และมีความเสี่ยง แต่ก็มีความน่าสนใจ ซึ่งจากการติดตามตลาด จะมีขึ้นลงในทุกรอบ 4 ปี ซึ่งการลงทุนมีความเสี่ยงในทางกลับกันก็ยังมีโอกาส แต่นักลงทุนคริปโตฯ รายใหม่ๆ ที่ขาดทุน ส่วนใหญ่ขาดวินัย มีความโลภอยากได้มูลค่าสูง และความกลัว ไม่รู้จุดที่ควรซื้อหรือควรขาย ซึ่งการเทรดโดยบอท จะเป็นเทรนด์ที่นิยม นำมาใช้อย่างมาก ทั้งนักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนสถาบัน”



