เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ณ ห้องประชุมสำนักงานชลประทานที่ 10 จ.ลพบุรี นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผวจ.ลพบุรี เป็นประธานในการประชุมวางแผนป้องกันการเกิดอุทกภัย ร่วมกับ นายอนุสรณ์ ตันติวุฒิ ผอ.ส่วนบริหารจัดการน้ำ สนง.ชป. 10 นายวิรพัฒน์ อ่อนสุระทุม หน.ปภ.จังหวัดลพบุรี และ จนท.ฝ่ายต่าง ๆ 

ทั้งนี้หลังจากที่ได้มีการพยากรณ์อากาศว่าอาจจะมีพายุพัดผ่านเข้ามาประเทศไทยอีกประมาณ 2 ลูก โดยอาจจะส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลพบุรี รวมทั้งตรวจสอบปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ว่าสามารถรับน้ำได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งพบว่าสามารถยังรับน้ำได้อีกเป็นจำนวนมาก เขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากก็มีการพร่องน้ำไว้รองรับ หากมีฝนตกลงมา เขื่อนและอ่างเก็บน้ำก็ยังสามารถรับและชะลอน้ำไว้ได้ แต่จะให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ด้านท้ายน้ำน้อยที่สุด 

นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียมวางเครื่องสูบน้ำขนาดต่าง ๆ ไว้ตามจุดเสี่ยง ซึ่งพบว่า จ.ลพบุรี มีจุดเสี่ยงด้วยกัน 6 จุดในเขต อ.บ้านหมี่ อ.เมือง และ อ.ลำสนธิ สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในวันนี้มีน้ำในตัวเขื่อนอยู่ที่ 352 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 36.7 น้ำไหลเข้าตัวเขื่อน 45.3 ล้าน ลบ.ม. ระบายลงสู่ท้ายเขื่อน 27.7 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งพบว่ายังคงมีปริมาณน้ำไหลลงตัวเขื่อนเพิ่มขึ้นกว่าวันที่ผ่านมา แต่ก็ยังสามารถรับน้ำได้ระบายลงสู่ท้ายเขื่อนน้อยกว่าที่ไหลเข้ามา เพื่อจะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อท้ายน้ำที่จะไหลไปรวมกับแม่น้ำเจ้าพระยา 

ขณะที่สถานการณ์น้ำในคลองสายชัยนาท-ป่าสัก ในวันนี้ที่ประตูรับน้ำมโนรมย์ จ.ชัยนาท ได้เปิดประตูรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาลดลง เพื่อที่จะได้สูบน้ำในทุ่งบ้านหมี่ลงสู่ในคลองให้เกษตรกรที่ทำนาได้เกี่ยวข้าวให้หมด หากไม่มีการเตรียมความพร้อมในช่วงที่ผ่านมานาข้าวนับแสนไร่จะต้องจมน้ำเสียหายแน่นอน ซึ่งนาข้าวดังกล่าวจะได้เตรียมไว้เป็นแก้มลิงในการรับน้ำที่ไหลมาจากอำเภอต่าง ๆ มารวมอยู่แนวคันคลอง โดยในภาพรวมเชื่อว่าลพบุรีจะได้รับความเสียหายน้อยกว่าในปี 54 เพราะมีการเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า พร้อมกันนี้ทางคณะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินการของโครงการในการแก้ไขน้ำท่วมปีงบประมาณ 65 ซึ่งมีการวางแนวคลองระบายน้ำ เสริมคันอ่างเก็บน้ำ และฝ่ายชะลอน้ำที่มีความคืบหน้าไปมาก