จากกรณีการเสียชีวิตปริศนาของ “น้ององุ่น” อายุ 7 ขวบ ที่หายตัวไปจากบ้านเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 69 ก่อนจะถูกพบเป็นศพอยู่กลางสวนยาง ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านทิโคร่ง ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 69 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังตำรวจจากชุดสืบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 รวมถึงเจ้าหน้าที่กองปราบปราม และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายแป๊ะ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นน้าชาย และเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ขวบ พี่สาวของน้ององุ่น ผู้ก่อเหตุลงมือก่อเหตุ โดยเด็กหญิงเอให้การรับสารภาพว่า ได้มีปากเสียงทะเลาะกับน้อง ก่อนใช้ถุงกระสอบข้าวสารคลุมศีรษะ และบีบคอจนเสียชีวิต จากนั้นได้ร่วมกับนายแป๊ะ น้าชาย นำศพไปซุกซ่อนในตู้เสื้อผ้า ก่อนขนย้ายไปอำพรางทิ้งไว้บริเวณดังกล่าว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นายอุ้ม (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี พ่อน้ององุ่น วัย 7 ขวบ (ผู้เสียชีวิต) เดินทางนำเอกสารมาติดต่อขอรับร่างน้ององุ่น พร้อมผลการชันสูตรจากแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลยังภูมิลำเนา จ.กาญจนบุรี ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
นายอุ้ม (นามสมมุติ) เปิดเผยว่า ยังติดใจกรณีที่คนในครอบครัวทำร้ายกันเอง เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นว่ามีการทะเลาะกันรุนแรง มีเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนสาเหตุอาจมาจากเรื่องโทรศัพท์ แต่ไม่น่าจะรุนแรงถึงขั้นนี้ โดยหลังจากเด็กหญิงเอรับสารภาพ ยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกันโดยตรง แต่ได้รับฟังจากภรรยาที่เข้าไปพูดคุย ซึ่งเด็กหญิงเอให้การปฏิเสธในตอนแรก และตนยังไม่อยากเชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุ เพราะเลี้ยงดูมาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ไม่เคยมีพฤติกรรมโกหกหรือมีปัญหาใด ๆ รวมถึงนายแป๊ะ น้าชาย ก็ยังไม่อยากเชื่อเช่นกัน เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีพฤติกรรมผิดปกติ
ตร.ภาค 7 แถลงด่วน! คลี่คลายคดีฆ่า “น้ององุ่น” รวบตัว 2 ญาติเยาวชนรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา…
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยทั้งสองรายมาสอบสวนภายหลัง โดยมีรายงานว่าเด็กหญิงเอเคยโพสต์ข้อความในโทรศัพท์ว่า “ถ้าฆ่าคนตายจะมีความผิดอย่างไร” ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากความขัดแย้งเล็กน้อยภายในบ้าน
“ในวันแรกที่น้ององุ่นหายตัวไป ทั้งพี่สาวและน้าชายนอนอยู่ที่ศาลาวัด และไม่ได้บอกอะไร ตนได้เพียงปลอบใจว่าหากน้องเสียชีวิตแล้วก็ให้ทำใจ” พ่อน้ององุ่น กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธินำร่างน้ององุ่นขึ้นรถตู้ พ่อของเด็กได้เคาะโลงศพพร้อมกล่าวว่า “กลับไปอยู่บ้านเรานะ ตามพ่อกลับบ้านนะลูก”
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ได้นำร่างน้ององุ่นบรรจุใส่โลง เพื่อเตรียมนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดลิเจีย ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยจะสวดอภิธรรมเป็นเวลา 3 วัน ก่อนฌาปนกิจ



