เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 69 นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ประจำเดือน มิ.ย. 69 บริเวณบ้านบางกลอยบน เพื่อคุ้มครองพื้นที่ เก็บข้อมูลภัยคุกคาม ร่องรอยสัตว์ป่าหายาก และปัจจัยทางนิเวศที่สำคัญ โดยในการเดินลาดตระเวนครั้งนี้ มีภารกิจเพิ่ม ในการค้นหา “นายหน่อแอะ มีมิ” กลางป่าลึก ซึ่งลักลอบเข้าไปอยู่อาศัยในป่าบางกลอยบนเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้ว หลังพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ นายบุญทรง ลาเดาะ และ นายหน่อแอะ มีมิ ในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ลักลอบเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยในส่วนของนายบุญทรงได้เดินทางกลับออกจากป่าแล้ว แต่สำหรับ นายหน่อแอะ มีมิ ซึ่งเป็นผู้พิการไม่สามารถเดินได้ มีรายงานว่าถูกหลานชาย 3 คน ประกอบด้วย นายแยแย มีมิ, นายพ้าจอเด้ ทู้บุ และนายไพรัช รักจงเจริญ ร่วมกันแบกขึ้นหลังพร้อมเสบียงข้าวสาร 15 กิโลกรัม นำไปส่งทิ้งไว้ ณ บริเวณบ้านบางกลอยบน ในป่าต้นน้ำตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. 69 และยังไม่กลับลงมาจนเป็นที่วิตกกังวลของหลายฝ่าย



สำหรับปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันของ 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ฝ่ายปกครองอำเภอแก่งกระจาน ตำรวจตระเวนชายแดน 144 ทหารฉก.ทัพพระยาเสือ และศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน โดยส่งกำลังภาคพื้นดินเดินเท้าลาดตระเวนค้นหาเป็นระยะทางกว่า 19.75 กิโลเมตร จากห้วยกระทุมกองจนถึงแปลงคดีเก่า แต่เนื่องจากในพื้นที่ป่าบางกลอยบนมีฝนตกหนักและเมฆมาก สภาพอากาศปิดต่อเนื่อง จึงต้องปรับแผนใช้เฮลิคอปเตอร์ขนส่งทางอากาศเพื่อถอนกำลังกลับมายังหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.10 (ห้วยแม่สะเลียง) เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่

นอกจากการค้นหาภาคพื้นดินแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้ใช้อากาศยานบินสำรวจพิกัดต้องสงสัยทางอากาศ โดยบริเวณริมแม่น้ำบางกลอย ตรวจพบพื้นที่บุกรุกแผ้วถางใหม่และมีการปลูกข้าวโพด 300 ต้น เนื้อที่กว่า 1 งาน ซึ่งคาดว่าเป็นของนายบุญทรง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดทำบันทึกตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน ทันที ส่วนบริเวณฐานจอเป้ยตรวจพบร่องรอยไฟไหม้ป่าช่วงเดือนที่ผ่านมา และบริเวณแปลงคดีเก่าของนายหน่อแอะ (ปี 2554) มีเมฆฝนหนาแน่น อากาศยานจึงไม่สามารถเข้าตรวจการณ์ได้ โดยทั้งสองจุดหลังนี้ไม่พบเพิงพักหรือตัวผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด


จากเหตุการณ์ดังกล่าว คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติกรรมของหลานชายทั้ง 3 คน ที่ร่วมกันแบกนายหน่อแอะซึ่งเป็นคนพิการขึ้นไปส่งในป่าลึกพร้อมเสบียง เข้าข่ายร่วมกันกระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 จึงได้มอบหมายให้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมที่ สภ.แก่งกระจาน



สำหรับแนวทางการช่วยเหลือ นายหน่อแอะ มีมิ ในระยะต่อไป อุทยานฯ จะประสานให้กลุ่มญาติที่รู้พิกัดที่อยู่ซ่อนตัวที่แน่ชัด เป็นผู้เข้าช่วยเหลือและเกลี้ยกล่อมให้กลับลงมายังหมู่บ้านเนื่องจากห่วงใยในสุขภาพและความปลอดภัย ส่วนเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จะเข้าปฏิบัติการภาคสนามเพื่อสืบหาตำแหน่งที่แท้จริงอีกครั้งทันทีที่สภาพอากาศเปิดและพ้นช่วงมรสุม.