การเลือกตั้งท้องถิ่นของเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2569 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญทางการเมือง ในฐานะการเลือกตั้งระดับชาติครั้งแรก ภายหลังประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ขึ้นดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ปีที่แล้ว


แม้ผลลัพธ์โดยรวมจะชี้ว่าพรรคประชาธิปไตย (ดีพี) ของรัฐบาล สามารถคว้าชัยชนะอย่างท่วมท้นในระดับภูมิภาคถึง 12 จาก 16 พื้นที่ อย่างไรก็ตาม ความล้มเหลวร้ายแรงในการบริหารจัดการของคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติ (เอ็นอีซี) กลับจุดชนวนการประท้วงระลอกใหญ่จากภาคประชาชน และสั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อกระบวนการประชาธิปไตยของเกาหลีใต้อย่างรุนแรง


ชนวนเหตุหลักของการประท้วงเกิดจากปัญหา “บัตรเลือกตั้งขาดแคลน” ในหน่วยเลือกตั้งมากกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ โดยมีหน่วยเลือกตั้งในกรุงโซลมากกว่า 30 แห่งได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ยังมีหน่วยเลือกตั้งอีก 22 หน่วย ที่ต้องระงับการลงคะแนนชั่วคราวเนื่องจากความล่าช้าในการจัดส่งอุปกรณ์

เจ้าหน้าที่เร่งนับคะแนน ที่ศูนย์นับคะแนนเลือกตั้งแห่งหนึ่ง ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ 3 มิ.ย. 2569


ความผิดพลาดดังกล่าวเกิดจาก การที่เอ็นอีซีคาดการณ์สัดส่วนผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งคลาดเคลื่อน โดยจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งไว้เพียง 50% ของจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด ด้วยสมมุติฐานว่า แนวโน้มการลงคะแนนล่วงหน้าที่สูงในการเลือกตั้งระยะหลังจะทำให้มีบัตรเหลือจำนวนมาก การตัดสินใจที่ไร้ประสิทธิภาพนี้ทำให้ประชาชนจำนวนมากจำต้องสละสิทธิเลือกตั้ง หลังรอคอยเป็นเวลาหลายชั่วโมง แม้มีการขยายเวลาปิดหีบลงคะแนนถึงเวลา 22.00 น. แล้วก็ตาม


ความขัดแย้งเชิงระบบครั้งนี้ยังถูกแทรกแซงด้วยมิติของการแบ่งขั้วทางการเมืองและการพยายามฉกฉวยโอกาสจากกลุ่มอำนาจเก่า อดีตประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ซึ่งถูกคุมขังและพิจารณาคดีในข้อหากบฏ เคยกล่าวอ้างว่า เอ็นอีซีเพิกเฉยต่อคำเตือนเรื่องภัยคุกคามทางไซเบอร์ ต่อข้อมูลผู้เลือกตั้งจากเกาหลีเหนือ ข้ออ้างนี้ถูกนำมาขยายความโดยกลุ่มยูทูบเบอร์ปีกขวาจัดและผู้สนับสนุนฝ่ายอนุรักษนิยม เพื่อโจมตีความน่าเชื่อถือของผลการเลือกตั้งทั้งหมด

ป้าย “จัดการเลือกตั้งใหม่” และ “รับประกันสิทธิเลือกตั้ง” ติดอยู่บนประตูทางเข้าศูนย์นับคะแนนเลือกตั้ง ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ท่ามกลางการชุมนุมประท้วงกรณีขาดแคลนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งกระทบต่อการลงคะแนนในการเลือกตั้งท้องถิ่น และนำไปสู่ข้อเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่


ขณะที่ นายจาง ดง-ฮยอก หัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พีพีพี) ซึ่งเป็นแกนนำฝ่ายค้าน เรียกร้องให้มีการจัดเลือกตั้งใหม่ทันที หลังพรรคของตนพ่ายแพ้อย่างยับเยิน ด้านผู้เข้าร่วมประท้วงส่วนใหญ่ที่เป็นคนรุ่นใหม่ยืนยันว่า พวกตนออกมารวมตัวเพื่อปกป้องสิทธิในการลงคะแนนเสียงอันเป็นรากฐานประชาธิปไตย และระบุว่าความบกพร่องของเอ็นอีซีในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง


วิกฤติการณ์ที่ติดตามมาหลังการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ สะท้อนภาพสะท้อนอันซับซ้อนของระบอบประชาธิปไตยเกาหลีใต้ แม้ความตื่นตัวของประชาชนในการออกมาใช้สิทธิจะสูงที่สุดในรอบหลายสิบปี แต่ความไม่พร้อมและความล้มเหลวในการปฏิบัติงานขั้นพื้นฐานของเอ็นอีซี ได้กลายเป็นช่องโหว่ให้กลุ่มอำนาจเก่าและขบวนการประชานิยมขวาจัดหยิบยกขึ้นมาเป็นเครื่องมือสร้างความปั่นป่วน และบั่นทอนเสถียรภาพของรัฐบาลชุดปัจจุบัน


ความโกลาหลที่เกิดขึ้นได้เผยให้เห็นถึงจุดอ่อนสำคัญของสถาบันตรวจสอบการเลือกตั้งในเกาหลีใต้ การลาออกของนายโน แท-อัก จากตำแหน่งประธานเอ็นอีซี เพื่อแสดงความรับผิดชอบ เป็นได้เพียงขั้นตอนบรรเทาความตึงเครียดเบื้องต้น

ความท้าทายที่แท้จริงหลังจากนี้ของสังคมเกาหลีใต้คือการรื้อถอนและปฏิรูปสถาบันองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญให้มีความโปร่งใส มีระบบตรวจสอบเชิงวินัยจากภายนอกที่ชัดเจน และพัฒนาเทคโนโลยีการประเมินสถานการณ์เชิงสถิติ ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้ลงคะแนนในปัจจุบันเพื่อป้องกันวิกฤติซ้ำรอย


หากปราศจากการปฏิรูปเชิงลึกเหล่านี้ ความชอบธรรมของกระบวนการประชาธิปไตยเกาหลีใต้อาจยังคงต้องเผชิญกับพายุแห่งการแบ่งขั้วทางการเมือง และความคลางแคลงใจจากประชาชนต่อไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS