เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงร่างกฎกระทรวงเพื่อกำหนดการทิ้งงานและความปลอดภัยของบริษัทรับเหมาก่อสร้างงานรัฐ ว่า กฎกระทรวงฉบับดังกล่าวนั้น เป็นการเพิ่มบทลงโทษผู้รับเหมาที่ทิ้งงานให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยกระทรวงคมนาคมได้เตรียมพิจารณาถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ด้วย โดยเฉพาะในภาวะปัจจุบัน ที่ต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผลกระทบของสงคราม และภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งต้องนำมาเป็นองค์ประกอบในการชี้วัดสาเหตุที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน 

ผู้รับเหมาที่จะเข้ามารับงานจะต้องมีการเตรียมแผนด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน และต้องจัดทำประกันภัยเพื่อเป็นหลักประกันให้กับผู้ที่ต้องเสี่ยงภัย เพื่อหลีกเลี่ยงรับมือกับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนในอดีต เช่น กรณีอุบัติเหตุที่สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ถนนพระราม 2 หรือเหตุการณ์ดินสไลด์จนอุโมงค์ทรุดตัวที่ จ.เชียงราย โดยกฎหมายนี้จะบังคับให้ผู้รับเหมาต้องมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น และบังคับว่าอย่างน้อยที่สุดจะต้องมีประกันภัยคุ้มครองบุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย  

เมื่อถามถึง กรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ระบุว่าจะมีการวัดผลการทำงานของรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับการทำงานของตน และรัฐมนตรีช่วยทั้ง 3 คน ต้องมาดูงานของกระทรวงว่า KPI อยู่ตรงไหน ยอมรับว่า สิ่งที่กระทรวงคมนาคมดำเนินการ ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่า ภายใน 3 เดือนจะให้รู้ หรือจะให้งานสำเร็จคงไม่ได้ ในโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละชิ้น ล้วนแต่ต้องใช้เวลาทั้งนั้น แต่เราจะมีความคืบหน้าให้ ซึ่งในส่วนของตน และรัฐมนตรีช่วย จะรายงานความคืบหน้าให้ทราบ แต่สิ่งที่เรามุ่งเน้น คือภาพรวมของระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ต้องเดินให้ได้