ที่อาคารไอราวัตพัฒนา เมื่อวันที่ 14 ก.ย. น.ส.รสนา โตสิตระกูล ยื่นหนังสือถึงประธาน สภา กทม.และ ส.ก.50 เขต เพื่อขอให้พิจารณาไม่รับโอนทรัพย์สินและหนี้สินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ส่วนที่ 2 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต มาเป็นหนี้ของ กทม. ซึ่งเป็นภาระเกินตัว กทม.จนนำไปสู่การขยายสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าส่วนหลักที่กำลังจะหมดสัมปทานในปี 2572 ไปอีก 30 ปี เพื่อแลกกับหนี้ที่ไม่ใช่ของ กทม.
น.ส.รสนา กล่าวว่า ตามที่สภากทม.จะมีการพิจารณาแผนการจัดการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย 2 และหนี้สินในส่วนต่อขยาย 1 และ 2 ในวันนี้ (14 ก.ย.) ตนขอให้สภา กทม.และ ส.ก.ทั้ง 50 เขต มีมติไม่รับโอนทรัพย์สินและหนี้สินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย 2 เพราะจะทำให้หนี้สินทั้งหมดตกมาเป็นของ กทม.โดยพฤตินัย ทำให้ กทม.ต้องแบกรับภาระหนี้สินจนถึงขั้นล้มละลาย และยังถูกบีบให้แก้ปัญหาหนี้สินด้วยการขยายสัญญาสัมปทานให้กับเอกชนออกไปอีก 30 ปี ส่งผลให้เป็นภาระให้กับคนกรุงที่จะต้องจ่ายค่ารถโดยสารแพงไปอีก 30 ปี แทนที่จะจ่ายในราคาถูกลง เพราะเมื่อสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในเส้นทางสายหลักในปี 2572 ทรัพย์สินทั้งหมดจะกลับคืนเป็นของ กทม. ทำให้ไม่มีต้นทุนค่าโครงสร้างระบบราง เหลือเพียงค่าจ้างเดินรถและค่าบำรุงรักษาเท่านั้น
ทั้งนี้ หากที่ประชุมสภา กทม. มีมติเห็นชอบให้รับหนี้สินดังกล่าว ซึ่งยังไม่ใช่หนี้ของ กทม. และยังเป็นเส้นทางคาบเกี่ยว จ.สมุทรปราการ และปทุมธานี ประธานสภา กทม.และ ส.ก. ทั้ง 50 เขต ที่ลงมติเห็นชอบ อาจจะเข้าข่ายมีความผิด ตาม มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะภาระหนี้สินไม่ควรเป็นของ กทม. ในฐานะที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีหน้าที่ดูและเฉพาะพื้นที่เขตกทม.เท่านั้น การรับโอนหนี้มาเป็นหนี้ของ กทม. นอกจากไม่เกิดประโยชน์แล้ว ยังเป็นกลอุบายเพื่อต่อสัญญาสัมปทานสายสีเขียวเส้นทางสายหลัก ไปอีก 30 ปีด้วย
น.ส.รสนา กล่าวอีกว่า ตนเห็นด้วยกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ที่เสนอจะยกโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งเส้น รวมทั้งเส้นทางหลัก (ที่ติดสัมปทานถึงปี 2572) คืนให้รัฐบาลบริหารจัดการแบบเจ้าของเดียว เพื่อเป็นการทำให้รถไฟฟ้าสายสีเขียวถูกบริหารเป็นระบบเดียวกับรถไฟฟ้าทั้ง 10 สาย ในระยะทางรวม 499 กิโลเมตร ด้วยระบบตั๋วใบเดียว ราคาเดียว ในราคาถูกที่สุด ไม่มีค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ซึ่งเกิดขึ้นได้ไม่ต้องขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลักไปอีก 30 ปี
ส่วนการจัดเก็บค่าโดยสารที่ กทม เตรียมประกาศให้จัดเก็บค่าโดยสารนั้น ขอให้ชะลอออกไปก่อน โดยให้ กทม.โอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งเส้น รวมทั้งเส้นทางหลัก (ที่ติดสัมปทานถึงปี 2572) คืนให้รัฐบาลบริหารไปก่อน
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายชัชชาติ ได้ถอนเรื่องขอรับความเห็นการกำหนดค่าบริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ออกจากวาระการประชุมสภา กทม. ในวันที่ 14 ก.ย. 2565 เพื่อนำกลับไปทบทวนใหม่อีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยเสนอบรรจุเข้าวาระการประชุมสภา กทม. วันที่ 7 ก.ย. มาแล้ว แต่ก็ถอนเรื่องออกไปอีก.



