สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติของอาร์เมเนียออกแถลงการณ์เรื่อง การบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับอาเซอร์ไบจาน “เพื่อสงบศึก” จากการสู้รบข้ามพรมแดน ที่ยืดเยื้อตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คร่าชีวิตทหารอาร์เมเนียอย่างน้อย 105 นาย และทหารอาเซอร์ไบจานประมาณ 50 นาย ถือเป็นการสู้รบครั้งรุนแรงที่สุด นับตั้งแต่สงครามในเขตนากอร์โน-คาราบัค เมื่อปี 2563
Armenian security officials announced a truce after two days of shelling near the Nagorno-Karabakh region, though the Azerbaijani Defense Ministry has yet to confirm the development.https://t.co/iTfQEzpKRr
— DW News (@dwnews) September 14, 2022
ขณะที่รายงานหลายกระแสระบุว่า รัสเซียวิ่งเต้นเบื้องหลังกับทั้งอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน จนกระทั่งทั้งสองประเทศตกลงหยุดยิงครั้งนี้ในที่สุด หลังก่อนหน้านั้นไม่นาน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ขอให้อาร์เมเนีย และอาเซอร์ไบจาน “อยู่ในความสงบ” อนึ่ง รัฐบาลมอสโกเป็นคนกลางในการเจรจาให้อาร์เมเนีย และอาเซอร์ไบจาน ยุติสงครามในเขตนากอร์โน-คาราบัค เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งยืดเยื้อนานถึง 6 สัปดาห์ และทั้งสองประเทศสูญเสียทหารรวมกันเกือบ 7,000 นาย
เขตนากอร์โน-คาราบัค เป็นพื้นที่พิพาทระหว่างอาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจาน ตั้งแต่ทั้งสองประเทศยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต โดยสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) รับรองเขตนากอร์โน-คาราบัค เป็นส่วนหนึ่งของอาเซอร์ไบจาน แต่ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มีเชื้อสายอาร์เมเนีย นอกจากนี้ เขตนากอร์โน-คาราบัค มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในฐานะหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติในเขตตอนใต้ของเทือกเขาคอเคซัสด้วย.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



