จากกระแสข่าวศึกโฉนดที่ดินอุทิศให้วัดป่าอดุลยาราม ที่กำลังเป็นประเด็นร้อน ทำให้หลายครอบครัวเริ่มหันกลับมามองที่ดินของตัวเอง! การทำบุญบริจาคที่ดินให้ศาสนานั้นได้อานิสงส์แรง แต่ถ้าทำไม่ถูกวิธี จาก “เจตนาบุญ” อาจกลายเป็น “ชนวนศึกมรดก” ที่ทำให้ทายาทต้องมาฟ้องร้องเสียเงินเสียเวลาในอนาคต
หากผู้ใหญ่ในบ้านมีความตั้งใจจะยกที่ดินให้วัด มี 3 ขั้นตอนสำคัญตามหลักกฎหมาย ที่ควรจัดการให้ถูกต้องตั้งแต่วันที่ยังมีชีวิตอยู่ ดังนี้
1. สื่อสารกับทายาทให้ชัดเจน และทำ “หนังสืออุทิศ” เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ควรอุทิศด้วย “วาจา” หรือพูดสั่งเสียกันเองภายในครอบครัว เพราะเมื่อเวลาผ่านไปอาจเกิดการโต้แย้งได้ ควรจัดทำ หนังสือเจตนาอุทิศที่ดินให้วัด โดยระบุรายละเอียดตำแหน่งที่ดิน โฉนดเลขที่ และเจตนารมณ์ให้ชัดเจน พร้อมให้ทายาทหรือพยานลงนามรับรู้ร่วมกัน
2. ไปทำเรื่อง “โอนกรรมสิทธิ์” ณ สำนักงานที่ดินให้จบ แม้ตามกฎหมาย การแสดงเจตนาอุทิศจะทำให้สิทธิตกเป็นของวัดทันที แต่ในทางปฏิบัติ การพาเจ้าอาวาสหรือผู้แทนวัด ไปจดทะเบียนโอนเปลี่ยนชื่อหลังโฉนดให้เป็นชื่อวัด/ที่ธรณีสงฆ์ ณ สำนักงานที่ดินให้เรียบร้อย จะช่วยตัดปัญหาเรื่อง “ชื่อค้างในโฉนด” ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ลูกหลานเข้าใจผิดคิดว่ายังเป็นมรดกตกทอด
3. ลงบันทึกประจำวัน หรือทำพินัยกรรมฝ่ายเมือง เพื่อป้องกันข้อโต้แย้งในอนาคตว่า “ผู้ใหญ่ถูกหลอก” หรือ “ขณะทำสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์” การไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจ หรือการทำพินัยกรรมฝ่ายเมือง ณ สำนักงานเขต/ที่ว่าการอำเภอ จะเป็นหลักฐานมัดแน่นที่สุดว่าเป็นการตัดสินใจโดยอิสระของเจ้าของที่ดินอย่างแท้จริง
ทำบุญให้ได้บุญเต็มร้อย ต้องมาพร้อมความถูกต้องชัดเจน เพื่อให้บรรพบุรุษสบายใจ และลูกหลานไม่ต้องมานั่งช้ำใจทีหลังค่ะ
ถนอมศรี จันทร์ทอง รายงาน



