เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ภายหลังจากที่ทางชลประทานได้มีการหน่วงน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเอาไว้ในเขตพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี และ จังหวัดชัยนาท เป็นวันที่ 2 โดยการรายงานสถานการณ์ น้ำวันนี้ แม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท 1,948 ลบ.ม./วินาที มีระดับเหนือเขื่อน +16.59 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 3.21 ม. มีระดับท้ายเขื่อน +14.33 ม.รทก. ส่วน สถานีวัดน้ำ C2 เมืองนครสวรรค์ (เจ้าพระยา) อัตราน้ำไหลผ่าน 1,984 ลบ.ม/วินาที ส่งผลให้วันนี้ ประตูระบายน้ำเสด็จประพาสต้น และประตูขุมทรัพย์ระดับน้ำ +18.05 ม.รทก. ซึ่งสภาพโดยรวมของพื้นที่รับน้ำในเขตพื้นที่ลุ่มต่ำ 2 ตำบล และอยู่ติดลำน้ำเจ้าพระยา อย่าง ตำบลเกาะเทโพ และ ตำบลหาดทนง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี นั้น ขณะนี้ ยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่ยังสามารถควบคุมได้ แต่ยังต้องทำการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ส่วนทางด้าน แม่น้ำสะแกกรัง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดรับน้ำที่ไม่มีประตูระบาย เปิด-ปิดทางเข้าน้ำนั้น จึงทำให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ โดยวันนี้ มีระดับบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี มีระดับอยู่ที่ +17.47 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.68 ม. จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งจุดเสี่ยงที่จะเกิดน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมในพื้นที่ได้ตลอดเวลา โดยชุมชนชาวแพสะแกกรังได้ทำการชักลากเรือนแพที่อยู่อาศัยและกระชังปลาเข้าไว้ริมฝั่งกันจนหมดแล้ว

จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลเกาะเทโพ เปิดเผยว่า เมื่อเย็นวานนี้ ทางชลประทานได้ทำการปิดประตูระบายน้ำทุกบานเอาไว้หมดแล้ว แต่ถึงแม้จะทำการปิดประตูระบายน้ำ ก็ทำได้เพียงแค่ช่วยชะลอน้ำไม่ให้เพิ่มขึ้นเร็วเท่านั้น เพราะยังไงน้ำก็จะมีการดันไหลเข้ามาอยู่ตลอดเวลา และเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆทุกวัน และน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะเอ่อขึ้นจากทางด้านอื่นด้วย ซึ่งหากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้ในพื้นที่นั้นถูกน้ำเอ่อท่วมเข้าบ้านเรือนที่อยู่ริมฝั่งอย่างแน่นอน.