สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ว่า ที่ประชุมสภายุโรปมีมติเสียงข้างมาก 433 ต่อ 123 เสียง ในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา รับรองมติว่า “ฮังการีไม่ใช่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบอีกต่อไป” และเรียกร้องสหภาพยุโรป ( อียู ) ดำเนินการ เนื่องจากการที่ฮังการีกลายเป็น “รัฐที่ขับเคลื่อนด้วยการเลือกตั้งภายใต้อำนาจนิยม” ถือเป็นการละเมิด “บรรทัดฐานประชาธิปไตย” ของสภาพ “ในระดับร้ายแรง”
แม้มติดังกล่าวเป็นเพียงการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ แต่กระทรวงการต่างประเทศของฮังการีออกแถลงการณ์ประณามมติของสภายุโรปอย่างหนัก ว่าเป็นการดูหมิ่นชาวฮังการี และรัฐบาลบูดาเปสต์ “ประหลาดใจอย่างมาก” กับการที่สภายุโรปมีมติเช่นนี้ออกมา
Hungary can no longer be considered a full democracy, say Parliament members. They also call on the EU to withhold recovery funds until the country complies with EU recommendations and court rulings. Find out more: https://t.co/aPpY65YK0n pic.twitter.com/cSZiHok3cq
— European Parliament (@Europarl_EN) September 15, 2022
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำ “การแบ่งแยกทางความคิด” และนโยบาย ระหว่างอียูกับฮังการี เนื่องจากตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลบูดาเปสต์มีมติคัดค้านการออกแถลงการณ์หลายฉบับของสหภาพ ตั้งแต่ประเด็นด้านความมั่นคงเกี่ยวกับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) ไปจนถึงเรื่องภาษี และการกำหนดจุดยื่นร่วมต่อข้อพิพาทระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์
Spoke on the #RuleofLaw crisis in #Hungary.
— Billy Kelleher MEP (@BillyKelleherEU) September 15, 2022
Orban and Fidesz do not share share our common ????????values.
The EU Commission and Council must urgently deal with their flagrant breaching of their responsibilities under the EU Treaties. @fiannafailparty @RenewEurope @ALDEParty pic.twitter.com/MeQevtX0V7
ทว่าอียูยังคงรักษาท่าทีอย่างมาก เนื่องจากเสียงของฮังการี “ยังคงจำเป็นอย่างยิ่ง” สำหรับการลงมติสำคัญ ที่ต้องเป็นเอกฉันท์เท่านั้น ขณะที่ นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ( อีซี ) กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า สมาชิกต้องร่วมกันปกป้องเพื่อนสมาชิกอียูด้วยกัน ทั้งจาก “ภัยคุกคามภายนอกและการกัดกร่อนที่เกิดขึ้นจากภายใน” โดยไม่ได้พาดพิงฮังการีอย่างตรงไปตรงมา
ปัจจุบัน ฮังการีอยู่ภายใต้การบริหารของรัฐบาลนำโดยพรรคฟิเดสซ์ ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลอุดมการณ์ฝ่ายขวา ของนายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บาน วัย 59 ปี ซึ่งอยู่ในตำแหน่งตั้งแต่ปี 2553 และชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน เมื่อเดือน เม.ย.ปีนี้
อนึ่ง นับตั้งแต่สงครามในยูเครนปะทุ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา ออร์บานยืนยันว่า เขาไม่เห็นด้วยกับการที่รัสเซียใช้ปฏิบัติการทางทหาร แต่คัดค้านการใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย และไม่อนุญาตให้สมาชิกนาโตลำเลียงอาวุธผ่านฮังการี เพื่อนำไปช่วยเหลือยูเครน.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



