เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ รร.เวสตินแกรนด์ สุขุมวิท พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค นายโภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศพรรค จัดงานแถลงข่าวเรื่อง “ร่วมปลดล็อกความขัดแย้งกับไทยสร้างไทย” ท่ามกลางนักธุรกิจ ผู้ประกอบการ และสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (SMEs) ที่มาเข้าร่วมรับฟังอย่างคึกคัก
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ปณิธานของพรรค ทสท. คือการสร้างสถาบันการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง โดยไม่มีใครคนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าของ เพื่อส่งมอบประเทศไทยที่ดีที่สุดให้กับลูกหลานของเรา เป็นพรรคที่มาสร้างโอกาส ไม่ได้มาสร้างวิกฤติโดยการปลดล็อก เปลี่ยนประเทศ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า เพื่อให้คนไทยหายจน หมดหนี้ มีรายได้อย่างยั่งยืน เพราะความขัดแย้งทางการเมือง ได้ติดหล่มติดกับดักขั้วอำนาจทางการเมืองที่ต่อสู้กันไปมาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวมานานกว่า 16 ปี และยังนำมาซึ่งระบบรัฐราชการที่กดทับประชาชนและเอื้อประโยชน์ให้กับเผด็จการและนักประชาธิปไตยแบบอำนาจนิยม สร้างกฎเกณฑ์ และกฎหมาย จนพี่น้องประชาชนไม่สามารถทำมาหากินได้อย่างสะดวก คนรุ่นใหม่ท้อแท้สิ้นหวัง และคนส่วนใหญ่มองไม่เห็นอนาคตของตนและประเทศ

จากการทำงานทางการเมืองกว่า 31 ปี ไม่เคยเห็นยุคไหนสมัยไหนที่พี่น้องประชาชนจะตกต่ำ ได้รับความทุกข์ยากลำบากขนาดนี้ ดังนั้นความมุ่งมั่นตั้งใจของดิฉัน และพรรค ทสท.คือการแบกเอาความทุกข์ ความคาดหวังของพี่น้องประชาชน เพื่อเป็นกองหน้าสู้เพื่อคนตัวเล็กที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ จึงขออาสาใช้ประสบการณ์ 30 ปี มาสร้างพรรค ทสท. ให้เป็นพรรคของคนตัวเล็กที่ไม่ทะเลาะกับใคร ไม่มองใครเป็นศัตรู ขอเป็นเสาเข็มและสะพานเชื่อมคนทุกช่วงวัย เพื่อวางรากฐานให้กับพรรค ทสท. และประเทศไทย
“ถ้าเราช่วยกันจนสำเร็จ แล้วตนต้องไปทำงานเป็นผู้นำรัฐบาลก็ขอทำแค่สมัยเดียว ไม่ต้องให้ใครมาตีความ ขอทำเพื่อวางรากฐานให้พรรคทสท. และประเทศเพียงแค่สมัยเดียว”

เมื่อถามว่าการลงพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย (พท.) ประกาศเป็นศัตรูกับพรรคที่อ้างเป็นพรรคพี่พรรคน้อง แต่ไม่ได้ระบุว่า ชื่อพรรคอะไร แต่สังคมมองกันว่าหมายถึงพรรค ทสท.นั้น คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า หากกล้าประกาศเป็นศัตรู ก็ควรต้องระบุว่าเป็นพรรคไหน ที่สื่อถามว่าบางคนตีความว่าเป็นพรรค ทสท.นั้น ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เราไม่มุ่งทะเลาะกับใคร เราก้าวข้ามเขาไปนานแล้ว และอโหสิกรรมไปแล้วสำหรับตัวเอง
“วันนี้อยากให้คิดบนโลกความเป็นจริง หากเราไปอ้างเขา แล้วเรามาสร้างพรรคใหม่เช่นนี้ใครจะเลือกเรา ปัญหาของเราคือให้คนรู้ว่าสุดารัตน์มาสร้างพรรค ทสท. ให้เป็นทางรอดและทางออกของประเทศ เราไม่ติดกับอดีต เราก้าวข้ามมาแล้ว ยืนยันไม่เป็นศัตรูกับใคร ถ้าเขาคิดเป็นศัตรูกับเรา ก็แล้วแต่เขา แต่เราไม่มองใครเป็นศัตรูโดยเฉพาะฝั่งประชาธิปไตยเหมือนกัน แค่นี้ยังไม่ชนะปืน ชนเผด็จการเลย แล้วยังตีกันอีก เพื่อให้เผด็จการอยู่ต่อก็เชิญ คิดไปฝั่งเดียว เราไม่คิดอย่างนั้นแน่นอน” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

ทางด้านนายโภคิน กล่าวว่า หัวใจหลักของความขัดแย้งทางการเมือง คือ วัฒนธรรมแบบอำนาจนิยม ที่กดทับการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน ดังนั้นการออกจากความขัดแย้ง คือจำเป็นต้องปลดล็อกการคืนอำนาจให้ประชาชนทุกคนได้ตัดสินใจอนาคตของตนและประเทศชาติได้ด้วยตัวเอง ภายใต้กติกาที่เสรี เป็นธรรม ไม่สร้างความขัดแย้งขึ้นอีก พรรคทสท.จึงขอผลักดันมุ่งเสนอให้ ปลดล็อกประชาชนออกจากรัฐธรรมนูญ 2560 และตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีบทบัญญัติบางประการที่ทำให้คนล้มล้างรัฐธรรมนูญเป็นกบฏ ต้องรับโทษทัณฑ์ที่ย่ำยีอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย โดยถือว่าการนิรโทษกรรมการรัฐประหารไม่ว่าจะเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใด โดยผู้ทำรัฐประหารย่อมไม่มีผล และให้ถือว่าประชาชนคนไทยทุกคนเป็นผู้เสียหายเมื่อเกิดการรัฐประหารขึ้น
ส่วนการปลดล็อกประชาชนออกจากอุปสรรคในการทำมาหากิน และการทุจริตคอร์รัปชั่น ด้วยเป้าหมายของพรรค ทสท. ที่ต้องการแก้ไขระบบรัฐราชการอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งอยู่บนหลักการที่ว่าต้องปลดปล่อยประชาชนจากพันธนาการของรัฐราชการ และสร้างอำนาจให้กับประชาชนโดยเฉพาะคนตัวเล็ก ในการรวมตัวกันเพื่อให้เกิดพลังต่อรองกับตลาดและกำหนดแนวทางให้รัฐราชการปฏิบัติ เพื่อตอบสนองต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของพวกเขาบนพื้นฐานที่ว่าประชาชนต้องการทำมาหากินโดยสุจริตและยั่งยืน.



