นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองคำขอจัดตั้งวัดคาทอลิก ครั้งที่ 3/2565 ว่า ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก พ.ศ.2564 กำหนดในข้อ 16 ว่า ภายในระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันที่ระเบียบใช้บังคับ เมื่อปรากฏว่ามีวัดคาทอลิกอยู่ในวันก่อนวันที่ระเบียบบังคับใช้ และมิซซังโดยความเห็นชอบของสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ยื่นคำขอให้รับรองวัดคาทอลิกนั้น พร้อมด้วยข้อมูลเกี่ยวกับที่ตั้งวัด ที่ดินที่ตั้งวัด รายชื่อบาทหลวงซึ่งจะไปประกอบศาสนกิจประจำ ณ วัดคาทอลิกนั้น และข้อมูลอื่นที่จำเป็นเกี่ยวกับการรับรองวัดคาทอลิก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอต่อคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองคำขอจัดตั้งวัดคาทอลิก เพื่อพิจารณาคำขอให้รับรองวัดคาทอลิก และให้คณะกรรมการเสนอคำขอดังกล่าวพร้อมความเห็นประกอบไปยังรัฐมนตรี เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณารับรองวัดคาทอลิกต่อไป ทั้งนี้ มติที่ประชุมดังกล่าว เห็นชอบให้เสนอความเห็นของคณะกรรมการต่อ ครม. เพื่อรับรองวัดคาทอลิก จำนวน 34 วัด โดยมอบกรมการศาสนา (ศน.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการดำเนินการตามกระบวนการต่อไป

นายอิทธิพล กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกัน ศน. ได้ดำเนินการพัฒนาระบบยื่นคำขอจัดตั้งวัดคาทอลิก (E-Service) ขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ภาคราชการมีระบบ Government e-Service มาใช้ยกระดับขีดความสามารถรัฐ ในการให้บริการประชาชนที่สะดวก รวดเร็ว เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด คล่องตัว ในการบริการประชาชน สร้างความเชื่อมั่นของภาคประชาชนต่อระบบ E-Service ของภาครัฐ ซึ่งทำให้การยื่นคำขอจัดตั้งวัดคาทอลิกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ศน.ได้จัดอบรมการใช้งานให้แก่ผู้เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดเปิดใช้ระบบดังกล่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ต.ค. นี้ เป็นต้นไป