สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซามาร์กันด์ ประเทศอุซเบกิสถาน เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวหลังเสร็จสิ้นการเข้าร่วมประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (เอสซีโอ) ซึ่งอุซเบกิสถานเป็นเจ้าภาพในปีนี้ เกี่ยวกับสงครามในยูเครน ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่าครึ่งปีแล้วว่า “รัสเซียไม่รีบ” และ “เป้าหมาย” ของรัฐบาลมอสโก “ไม่เปลี่ยนแปลง”


ทั้งนี้ ปูตินยืนกรานว่า ปฏิบัติการทางทหารในยูเครนครั้งนี้ “มีความจำเป็นอย่างยิ่ง” นอกจากเพื่อปลดปล่อยยูเครนจาก “การอยู่ภายใต้การปกครองของกองกำลังนีโอนาซี” โดยเฉพาะภูมิภาคดอนบาส ยังเป็นการป้องปราม “แผนการของตะวันตก” ที่ต้องการทำลายรัสเซียด้วย และกล่าวเป็นนัยว่า รัสเซีย “มีแผนการหลายชั้น”


ขณะเดียวกัน ปูตินกล่าวพร้อมรอบยิ้ม ถึงการที่ยูเครนประกาศใช้ปฏิบัติการโต้กลับในสมรภูมิตะวันออกว่า “กำลังเฝ้าดูอยู่ว่าจะเป็นอย่างไร” และเตือนว่า สถานการณ์ในภูมิภาคคาร์คิฟ ที่อยู่ทางตะวันออกของยูเครน “อาจเลวร้ายลงกว่านี้” เนื่องจากรัสเซีย “ต้องตอบโต้ให้หนักหน่วงขึ้น” กับปฏิบัติการทางทหารที่ยูเครน “เลือกเอง” ว่าต้องการ “ตัดสินในสมรภูมิ”

ไม้กางเขนเหนือหลุมศพนิรนามหลายร้อยแห่ง ในเมืองอิซูมของยูเครน


เกี่ยวกับวิกฤติพลังงานที่ยุโรปกำลังเผชิญ เนื่องจากรัสเซียปิดท่อก๊าซ “นอร์ดสตรีม 1” ปูตินกล่าวว่า รัสเซียปฏิบัติตามข้อตกลงมาตลอด หากอีกฝ่ายต้องการมีก๊าซใช้ต่อไป หนทางเดียวที่จะแก้ไขสถานการณ์ได้ นั่นคือ การเปิดดำเนินการท่อส่งก๊าซ “นอร์ดสตรีม 2” ที่สามารถส่งก๊าซได้มากถึงปีละ 55,000 ล้านลูกบาศก์เมตร และก่อสร้างเสร็จนานแล้ว แต่เยอรมนีระงับการเปิดใช้งาน เพียงไม่กี่วันก่อนสงครามในยูเครนปะทุ


อย่างไรก็ตาม ปูตินไม่ได้กล่าวถึงการที่ยูเครนพบสุสานขนาดใหญ่ ที่มีการฝังศพของประชาชนมากกว่า 450 ราย ในเมืองอิซูม หนึ่งในเมืองใหญ่ของภูมิภาคคาร์คิฟ และประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ประณามรัสเซียอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ขณะที่รัฐบาลของหลายประเทศตะวันตก เร่งเร้าให้มีการตรวจสอบ.

เครดิตภาพ : REUTERS