เมื่อวันที่ 20 ก.ย. นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน พุทธศักราช 2560 พ.ศ. … ไปแล้วนั้น โดยเท่าที่ทราบขั้นตอนต่อไปรัฐสภาจะส่งให้นายกรัฐมนตรี นําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อใช้บังคับเป็นกฎหมาย โดยระหว่างนี้ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำลังให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนดองค์ประกอบ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการดำเนินงาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะเกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้

“สพฐ.พร้อมแต่งตัวรอรับกกฎหมายฉบับดังกล่าว ซึ่งต้องรอให้ ก.ค.ศ.ออกข้อกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องไม่ว่า เช่น องค์ประกอบของการบริหารงานบุคคลในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาต้องมีผู้แทน กศจ.อย่างน้อย 1 คน และนายอำเภอหรือผู้แทนอย่างน้อย 1 คน จากนั้นเราจะรับเกณฑ์มาดำเนินการงานบุคคลต่อไป ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายมองว่าเมื่ออำนาจการบริหารงานบุคคลมาอยู่กับเขตพื้นที่แล้วอาจเป็นช่องทางให้มีการทุจริตเรื่องโยกย้ายข้าราชได้นั้น เรื่องนี้ผมไม่คิดเช่นนั้น เพราะมองว่าช่องทางการทุจริตอยู่ที่ตัวบุคคลมากกว่า ซึ่งในส่วนของ สพฐ.เอง เรามีระบบจัดการไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งการบริหารงานบุคคลของเขตพื้นที่จะต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้.