สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ว่า จากข้อมูลของสถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติของบราซิล (ไอเอ็นพีอี) ระบบติดตามและสังเกตการณ์ดาวเทียมพบว่าป่าแอมะซอนเกิดไฟป่า 75,592 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 18 ก.ย. ซึ่งสูงกว่าจำนวนที่มีการตรวจพบทั้งหมด 75,090 ครั้ง ตลอดปีที่แล้ว
ข่าวล่าสุดที่น่ากลัวจากป่าฝนมีแนวโน้มที่จะเพิ่มแรงกดดันต่อประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู ผู้นำบราซิลที่กำลังต่อสู้เพื่อคว้าชัยการเลือกตั้งใหม่ในเดือนหน้า และเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ เกี่ยวกับการทำลายป่าแอมะซอนที่เพิ่มขึ้นภายใต้การบริหารประเทศของเขา ซึ่งการตัดไม้ทำลายป่ารายปีโดยเฉลี่ยในป่าแอมะซอนเพิ่มขึ้น 75% เมื่อเทียบกับทศวรรษที่ผ่านมา
ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่า ไฟป่าแอมะซอนส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากกลุ่มเกษตรกรผิดกฎหมาย, เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ ตลอดจนนักเก็งกำไรที่แผ้วถางที่ดินและเผาต้นไม้ ซึ่งแม้ว่าการทำลายป่าจะมีมากขึ้น แต่รัฐบาลของโบลโซนารูกลับลดงบประมาณสำหรับปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม และผลักดันให้มีการเปิดที่ดินคุ้มครองในป่าแอมะซอนเพื่อการทำเหมือง
“หลังจากเวลา 4 ปี ของนโยบายต่อต้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนและเป็นกลางของรัฐบาลกลาง พวกเรากำลังจะได้เห็นว่าเมื่อเราเข้าใกล้จุดสิ้นสุดของวาระของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดสำหรับสิ่งแวดล้อมของบราซิล ผู้ยึดครองที่ดิน และผู้กระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ จะมองว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะรุกคืบเข้าไปในป่า” นายอังเดร ฟรายตัส โฆษกในบราซิลขององค์กรสิ่งแวดล้อมโลก กรีนพีซ กล่าวในแถลงการณ์
ทั้งนี้ การตัดไม้ทำลายป่าในป่าแอมะซอนของบราซิลเมื่อเดือนที่แล้ว มีตัวเลขสูงขึ้นเกือบ 2 เท่าจากเดือน ส.ค. 2564 ซึ่งยู่ที่ 1,661 ตารางกิโลเมตร อีกทั้งเนื่องจากฤดูการเผาไหม้จะเริ่มขึ้นอย่างจริงจังในเดือน ส.ค. ด้วยสภาพอากาศที่แห้งแล้งกว่าเดิม มันจึงส่งผลให้เกิดไฟป่าบ่อยครั้งมากขึ้น.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



