สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวระหว่างการลงพื้นที่ในเมืองลาสเวกัส มีเนื้อหาตอนหนึ่งเกี่ยวกับสงครามในอิหร่าน ซึ่งเปิดฉากเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่า “เพิ่งผ่านมาแค่ 2 เดือน” แต่ในอดีตสหรัฐเคยติดหล่มอยู่ในสงครามอื่นนานกว่านั้นมาก และยืนยันว่า สหรัฐจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในสงครามอิหร่าน


เกี่ยวกับสภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐ ที่สินค้าจำเป็นทุกรายการมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะพลังงาน ทรัมป์กล่าวว่า “เป็นเงินเฟ้อที่หลอกลวง ซึ่งเป็นผลมาจากราคาเชื้อเพลิงและราคาพลังงานเท่านั้น”


อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจความคิดเห็นกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกันมากกว่า 1,000 คน โดยศูนย์วิจัยอิปซอส เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ปรากฏว่า 51% มองว่า การทำสงครามในอิหร่าน “ไม่คุ้มค่า” กับค่าใช้จ่ายและผลกระทบที่ตามมา โดยมีเพียง 24% ที่เห็นด้วย


ขณะที่โพลของมหาวิทยาลัยควินนิปิแอก ปรากฏว่า 65% ของกลุ่มตัวอย่าง มองว่า ทรัมป์คือต้นเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันในสหรัฐสูงขึ้น และมีเพียง 36% ที่ “ยอมรับ” วิธีการของทรัมป์ในการรับมือกับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ส่วนคะแนนการไม่ยอมรับสูงถึง 58%.

เครดิตภาพ : AFP