สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับเดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส ว่าการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านในครั้งนี้ จะเป็นหลักประกันให้ช่องแคบฮอร์มุซ “ปลอดค่าผ่านทางอย่างถาวร” และอ้างว่า แม้นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล คัดค้านข้อตดลงดังกล่าว แต่เขาช่วยให้อิสราเอลรอดพ้นจาก “การถูกทำลายล้างด้วยอาวุธนิวเคลียร์”
Trump said that if Iran failed to reach a final nuclear accord with the United States, he would restart military attacks on Tehran or make the United States “the guardian of the Middle East” in return for “20 percent of the region’s revenues.”
— Clash Report (@clashreport) June 14, 2026
Source: NYT
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่า หากอิหร่านล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ขั้นสุดท้าย สหรัฐจะกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านอีกครั้ง หรือทำให้สหรัฐกลายเป็น “ผู้พิทักษ์แห่งตะวันออกกลาง” เพื่อแลกกับส่วนแบ่งรายได้ 20% ของภูมิภาคตะวันออกกลาง
ด้านรองประธานาธิบดีเจ.ดี. แวนซ์ กล่าวว่า ข้อตกลงที่บรรลุกับอิหร่านถือเป็น “ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่สำหรับสหรัฐ” แต่ยังคงต้องมีการเจรจากันอีก รองผู้นำสหรัฐกล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวตั้งอยู่บนองค์ประกอบหลัก 3 ประการ ประการแรกคือ การเปิดช่องแคบฮอร์มุซในทันที ควบคู่ไปกับการที่สหรัฐยุติมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ประการที่สอง คือ การรับประกันว่าอิหร่านจะไม่แสวงหา ครอบครอง หรือจัดซื้ออาวุธนิวเคลียร์ ส่วนประกอบที่สาม คือ การปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด
JUST IN: VP JD Vance reacts to the completion of the U.S.-Iran peace deal, calling it a "big win." pic.twitter.com/sQAFUKIIqK
— Fox News (@FoxNews) June 14, 2026
ขณะเดียวกัน แวนซ์ยืนยันว่า ผู้นำสหรัฐมีความกังวลเรื่องค่าครองชีพของชาวอเมริกัน และแสดงความเชื่อมั่นว่า การบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านในครั้งนี้ จะช่วยให้ราคาพลังงานลดลงได้ ไม่เพียงในระยะสั้น แต่รวมถึงในระยะยาวด้วย
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนให้ความเห็นไปในทางเดียวกัน ว่าการที่ความเสียหายร้ายแรงต่อระบบพลังงานโลกได้เกิดขึ้นไปแล้ว ราคาน้ำมันจะไม่กลับไปเท่ากับช่วงก่อนเกิดสงครามในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



