เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า การสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษแบบIELTS กันมาบ้างแล้ว แต่หลายคนก็อาจจะยังไม่รู้ว่าใช้สอบไปเพื่ออะไร เอาไปใช้ทำอะไรได้ แล้วเหมือนหรือต่างจากการสอบ TOEIC หรือ TOEFL อย่างไร? จริงๆ แล้วการสอบ IELTS เป็นการสอบภาษาอังกฤษที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ของโลก ได้รับการพัฒนาจากผู้นำระดับโลก ในด้านการวัดและประเมินผลทักษะภาษาอังกฤษ ทั้งอ่าน เขียน ฟัง และพูด เพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง ทั้งการเรียน การทำงาน ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก แล้วใครที่สามารถสอบ IELTS ได้ วันนี้เราจะมาดูกันเลยว่าคะแนน IELTS สามารถนำไปต่อยอดอะไรได้บ้าง

IELTS คืออะไร?

ไอเอลทส์ IELTS หรือ International English Language Teaching System เป็นการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ ที่ประกอบด้วย 4 Skill หลัก คือ Listening, Speaking, Reading และ Writing ซึ่งในการสอบเข้าระดับมหาวิทยาลัยจะต้องสอบได้ระดับ 6.5 ขึ้นไป โดยระดับมาตรฐานทั่วไปของคนไทยจะอยู่ที่ระดับ 5.5-6.5 ส่วนผู้ที่เรียนโรงเรียนอินเตอร์จะอยู่ที่ระดับ 7.0-7.5 หลังจากสอบ IELTS ประมาณ 3-5 วัน ก็จะทราบผล สามารถตรวจสอบได้ทางออนไลน์ และติดต่อรับใบรายงานผลในภายหลังได้ การสอบ IELTS เป็นการเปิดโอกาสหลากหลายต่อผู้สอบทั้งการเรียน การทำงาน การย้ายที่อยู่อาศัย โดยมีผลคะแนน 9 ระดับ ที่ระบุความสามารถได้อย่างแม่นยำนั่นเอง

ประเภทของการสอบ IELTS

  1. เป็นการวัดระดับภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย โดยจะมีเนื้อหาที่เหมาะสมต่อผู้เข้าสอบในทุกระดับ ใช้ได้กับผู้มีความรู้พื้นฐานภาษาอังกฤษที่แตกต่างกัน ในแต่ละประเทศได้เป็นอย่างดี
  2. IELTS General Training เป็นการวัดระดับภาษาอังกฤษสำหรับใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน เนื้อหาจะเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ ภายในที่ทำงาน หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมทั่วไป

การสอบIELTS แบ่งออกเป็น 4 ส่วน

ทั้งการสอบ IELTS Academic และ IELTS General Training แบ่งสัดส่วนการสอบออกได้ดังนี้

  • Listening 40 นาที จะเป็นการฟังเนื้อหา 30 นาที ตอบคำถาม 10 นาที
  • Reading 60 นาที
  • Writing 60 นาที
  • Speaking 10-14 นาที

ทำไมต้องสอบ IELTS

ผลสอบ IELTS ที่ได้รับเป็นใบรายงานผลอย่างเป็นทางการแล้ว จะได้รับการยอมรับจากหน่วยงาน องค์กร เช่น ตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. บริษัทเอกชน หน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งองค์กรวิชาชีพต่างๆ เช่น บัญชี วิศวกรรม แพทย์ พยาบาล กฎหมาย ฯลฯ

  1. สอบเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย เพราะผลสอบ IELTS มีการประเมินทักษะได้อย่างถูกต้อง เชื่อถือได้ และยุติธรรม จึงสามารถนำไปเป็นเอกสารประกอบการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ อเมริกา แคนาดา
  2. สำหรับทำงานในต่างประเทศ หน่วยงานหรือองค์กรกว่าหมื่นแห่งใน 140 ประเทศทั่วโลก จะใช้ผลสอบ IELTS ประกอบการรับคนต่างชาติเข้าทำงาน
  3. เพิ่ม Profile ประสบการณ์ ผลคะแนนสอบ IELTS ใน LinkedIn หรือ Platform สำหรับการลง Profile ประสบการณ์การทำงาน หรือ Resume เมื่อเพิ่มข้อมูลเข้าไปแล้วจะช่วยให้ Profile มีความโดดเด่นมากขึ้น บริษัทหรือผู้จ้างงาน เช่น หน่วยงานรัฐบาล ธนาคาร กิจการด้านพลังงาน การบิน สุขภาพ การท่องเที่ยว จะทราบทั้งประวัติการทำงาน และระดับความรู้ภาษาอังกฤษ ช่วยทำให้ผู้จ้างสามารถตัดสินใจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  4. สำหรับการย้ายถิ่นที่อยู่ไปต่างประเทศ ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก โดยเฉพาะการผ่าน ตม.ของประเทศ ออสเตรเลีย แคนาดา อังกฤษ และนิวซีแลนด์ จะทำให้ได้รับการยอมรับและง่ายมากขึ้น

สามารถสอบ IELTS ได้ที่ไหนบ้าง

  • British Council เป็นสถาบันตัวแทนการจัดสอบของประเทศอังกฤษ
  • IDP เป็นสถาบันตัวแทนการจัดสอบของประเทศออสเตรเลีย

รายละเอียดการสอบ IELTS มีอะไรบ้าง

สถาบันที่เปิดสอบ IELTS ในประเทศไทยมี 2 แห่ง ผู้สอบไม่ต้องกังวลเรื่องความแตกต่าง ความยากง่าย ของข้อสอบ เนื่องจากจะมีรายละเอียดต่าง ๆ เหมือนกัน ดังนี้

  • ออกข้อสอบโดย University of Cambridge
  • ค่าสอบ IELTS ทั้ง Academic และ General Training ราคา 6,900 บาท
  • การสมัครสอบ

British Council สมัครได้ที่สาขาสยามสแควร์ หรือทาง www.britishcouncil.or.th/exam/ielts

IDP สมัครได้ที่ www.ielts.idp.co.th

  • ศูนย์สอบ

British Council จัดสอบที่โรงแรม Landmark ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีนานา ต่างจังหวัดมีที่ เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต พิษณุโลก

IDP จัดสอบที่โรงแรมมณเฑียร ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง หรือที่โรงแรมตะวันนา และโรงแรมเชอราตัน โดยเปิดสอบประเภท Academic ในเดือนกันยายนเพียงรอบเดียว ส่วนต่างจังหวัดมีที่ เชียงใหม่ ขอนแก่น หาดใหญ่ และโคราช ซึ่งที่โคราชเปิดสอบประเภท Academic ในเดือนกันยายนเพียงรอบเดียว

  • การเลื่อนการสอบ

British Council สามารถเลื่อนการสอบได้เพียง 1 ครั้ง และไม่สามารถขอคืนเงินค่าสอบได้ โดยแจ้งเลื่อนก่อน 5 สัปดาห์ ไม่เสียค่าธรรมเนียม น้อยกว่า 5 สัปดาห์ จะถูกหักค่าธรรมเนียมร้อยละ 25 น้อยกว่า 3 วันก่อนการสอบ ไม่สามารถเลื่อนการสอบได้

IDP สามารถเลื่อนการสอบได้เพียง 1 ครั้ง และไม่สามารถขอคืนเงินค่าสอบได้ โดยแจ้งเลื่อนก่อน 5 สัปดาห์ เสียค่าธรรมเนียม 800 บาท

  • การยกเลิกการสอบ

British Council แจ้งยกเลิกก่อนการสอบ 5 สัปดาห์ ได้รับเงินคืนร้อยละ 75 น้อยกว่า 5 สัปดาห์ ไม่สามารถยกเลิกได้ โดยจะได้รับเงินคืนภายใน 6 สัปดาห์ สามารถแจ้งยกเลิกได้ที่สาขาที่สมัครหรือทางออนไลน์

IDP แจ้งยกเลิกการสอบก่อน 5 สัปดาห์ เสียค่าธรรมเนียม 2,000 บาท น้อยกว่า 5 สัปดาห์ ไม่ได้เงินคืน โดยจะได้รับเงินคืนภายใน 4 สัปดาห์ โดยแจ้งยกเลิกผ่านทางออนไลน์เท่านั้น

  • สิ่งที่ต้องเตรียมไปในวันสอบ บัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต
  • สิ่งที่นำเข้าห้องสอบได้คือ ขวดน้ำดื่มแบบใสโดยต้องแกะฉลากออก ปิดมือถือและอื่น ๆ ที่อยู่นอกห้องสอบ

การสอบ IELTS กับสิ่งที่ควรรู้

  • คะแนนสอบ IELTS มีอายุ 2 ปี นับจากวันที่ที่ระบุในใบรายงานผลสอบ
  • การรับผลสอบ แบบ Paper-based จำนวน 13 วัน แบบ Computer-delivered จำนวน 3-5 วัน
  • ไม่สามารถสวมนาฬิกาและเครื่องประดับเข้าห้องสอบ
  • กรณีมาสายหลังจากที่กรรมการได้อธิบายรายละเอียดขั้นตอนการสอบครบถ้วนแล้ว จะไม่มีสิทธิ์สอบ

ใครที่กำลังเตรียมตัวจะไปเรียนต่อ หรือไปทำงานต่างประเทศ ควรต้องเตรียมตัวรับมือกับการสอบวัดความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพ หากกำลังมองหาคอร์สเรียน ielts ออนไลน์ ดีๆ เสริมจุดแข็ง ลบจุดอ่อน ครบทุกทักษะ ทั้งListening, Reading, Writing และ Speaking กับติวเตอร์ที่มีประสบการณ์การสอนมายาวนาน ออกแบบการสอนโดยผู้เชี่ยวชาญ ที่จะช่วยให้เรียนรู้ได้เร็ว จดจำได้อย่างแม่นยำ และช่วยเพิ่มความมั่นใจในการสอบ พร้อมพิชิตคะแนน IELTS ระดับ 6.0-7.5+ ได้อย่างไร้กังวล แนะนำให้เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ Interpass ที่ 1 ด้านอินเตอร์ เนื้อหาแน่น ครอบคลุมครบทุกทักษะ มีการพัฒนาเทคนิคหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง โดยติวเตอร์มากประสบการณ์ ที่เน้นการสอนที่ช่วยให้นำไปปรับใช้สำหรับการสอบ IELTS เป็นอย่างดี