สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ประกาศการระดมทหารกองหนุน เข้าสู่กองทัพรัสเซีย ซึ่งปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในกองทัพขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนกำลังทหารประจำการมากกว่า 2 ล้านนาย โดยปูตินให้เหตุผลว่า “เพื่อปกป้องมาตุภูมิ” เนื่องจากเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ตะวันตก “ต้องการทำลายล้างรัสเซีย” และไม่ต้องการให้เกิดสันติภาพอย่างถาวรในยูเครน


ขณะเดียวกัน ผู้นำรัสเซีย เน้นย้ำเป้าหมาย “การปลดปล่อย” ภูมิภาคดอนบาส ซึ่งเป็นพื้นที่ขัดแย้งทางตะวันออกของยูเครน และมีความสำคัญในฐานะหนึ่งในพื้นที่อุตสาหกรรมหนักของประเทศ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ไม่ต้องการ “ถูกเทียมแอก” กับยูเครนอีกต่อไป


นอกจากนี้ ปูติน กล่าวว่า กลุ่มประเทศตะวันตกยังคงเดินหน้า “ข่มขู่กรรโชก” เกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ต่อรัสเซีย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมอสโก “มีอาวุธมากมายแทนคำตอบ” และ “รัสเซียไม่ล้อเล่น” ด้านแหล่งข่าวให้ข้อมูลว่า เป้าหมายของการระดมกำลังทหารกองหนุนในครั้งนี้ อยู่ที่ประมาณ 300,000 นาย


การแถลงดังกล่าวของผู้นำรัสเซียเกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ ซึ่งเป็นพื้นที่ภายใต้การยึดครองของรัสเซียในภูมิภาคดอนบาสของยูเครน ประกาศเตรียมจัดการลงประชามติระหว่างวันที่ 23-27 ก.ย.นี้ เพื่อนำไปสู่การอยู่ภายใต้อธิปไตยของรัฐบาลมอสโก “อย่างเป็นทางการ”


ส่วนภูมิภาคเคียร์ซอน ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ และพื้นที่บางส่วนของเมืองซาโปริชเชีย ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศและในยุโรป ประกาศเตรียมจัดการลงประชามติเพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียเช่นกัน แต่ยังไม่มีการระบุกำหนดการอย่างเป็นทางการ


ขณะที่ นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “เป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนในพื้นที่” อนึ่ง รัสเซียเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในยูเครน เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังเมื่อสองวันก่อนหน้านั้น ให้การรับรอง “อิสรภาพ” ของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์

ต่อมา กองทัพรัสเซียเผยแพร่แถลงการณ์ของ พล.อ.เซอร์เก ชอยกู รมว.กลาโหม เปิดเผยการสูญเสียกำลังพลอย่างน้อย 5,937 นาย ตลอดระยะเวลานานกว่าครึ่งปีของสงคราม และกล่าวว่า การสู้บครั้งนี้ไม่ใช่ศึกระหว่างรัสเซียกับยูเครน แต่เป็นสงครามระหว่างรัสเซียกับตะวันตก.

เครดิตภาพ : REUTERS