สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ว่า นายริชาร์ด ไวเซ็ก ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ให้การต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ( ไอซีเจ ) หรือ “ศาลโลก” ขอให้มีการยกฟ้อง คดีที่อิหร่านกล่าวหาว่า รัฐบาลวอชิงตันใช้อำนาจโดยมิชอบในทางกฎหมาย อายัดทรัพย์สินของอิหร่าน เนื่องจากรัฐบาลเตหะราน “เป็นฝ่ายกระทำผิดกฎหมายก่อน” ส่งผลให้สหรัฐต้องดำเนินการ


ทั้งนี้ อิหร่านยื่นฟ้องสหรัฐต่อศาลโลก เมื่อปี 2559 กล่าวหาสหรัฐละเมิดสนธิสัญญามิตรไมตรีและการค้า ฉบับปี 2498 ซึ่งเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างทั้งสองประเทศ ก่อนมีการตัดความสัมพันธ์กันอย่างเด็ดขาด หลังการปฏิวัติอิหร่าน เมื่อปี 2522 และรัฐบาลวอชิงตันประกาศถอนตัวจากสนธิสัญญาดังกล่าวอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2561


อย่างไรก็ตาม อิหร่านยืนกรานว่า สหรัฐดำเนินการฝ่ายเดียว ซึ่งรวมถึงการยึดทรัพย์สิน 1,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 65,030 ล้านบาท ) จากธนาคารกลางอิหร่าน แล้วนำมาจ่ายเป็นค่าชดเชยให้กับครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก “การก่อการร้าย” โดยรัฐบาลเตหะราน


อนึ่ง ศาลโลกมีคำพิพากษา เมื่อปี 2561 ให้สหรัฐยุติมาตรการกีดขวางต่อการนำเข้าและส่งออกสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ “มีความจำเป็นด้านมนุษยธรรม” เช่นอาหารและยารักษาโรค ตลอดจนเวชภัณฑ์ เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรในส่วนดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในอิหร่าน


นอกจากนี้ คำพิพากษาของศาลโลกยังระบุถึงมาตรการคว่ำบาตรด้านอากาศยานและชิ้นส่วนอากาศยาน ว่าเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยด้านการบินพลเรือนในอิหร่าน และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ใช้บริการ แม้สหรัฐโต้แย้งว่า ศาลโลก “ไม่มีขอบเขตอำนาจ” ตัดสินเรื่องนี้ เนื่องจากเนื้อหาในสนธิสัญญาระบุไว้ชัดเจนว่า “เป็นเรื่องของสหรัฐกับอิหร่านเท่านั้น” แต่ศาลโลกกล่าวว่า การดำเนินการของรัฐบาลวอชิงตัน “ละเมิดบางมาตรา” ของสนธิสัญญาฉบับนี้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES