สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ แถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) ครั้งที่ 77 เมื่อวันพุธ ว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เจตนาก่อสงครามและสร้างความขัดแย้ง การที่หนึ่งในสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) รุกรานประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นรัฐเอกราช และพยายามลบล้างอีกฝ่ายออกจากแผนที่โลก ถือเป็นการละเมิดกฎบัตรของยูเอ็นอย่างร้ายแรงที่สุด

ขณะเดียวกัน ไบเดนกล่าวว่า ปูตินยังคง “ข่มขู่ด้านนิวเคลียร์” ต่อทวีปยุโรป “ทั้งที่ไม่มีใครข่มขู่รัสเซีย” ถือเป็นการละเมิดสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมทั้งเน้นว่า สงครามนิวเคลียร์ไม่มีใครเป็นผู้ชนะและต้องไม่มีทางเกิดขึ้น
Pres. Biden slams Putin’s Russia for its ongoing war against Ukraine: ‘A permanent member of the UN Security Council invaded its neighbor, attempted to erase a sovereign state from the map. Russia has shamelessly violated the core tenets of the UN charter’ pic.twitter.com/WWYuRs1B3Z
— NowThis (@nowthisnews) September 21, 2022
การแถลงของผู้นำสหรัฐเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังปูตินประกาศการระดมทหารกองหนุน เข้าสู่กองทัพรัสเซีย “เพื่อปกป้องมาตุภูมิ” เนื่องจากเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ตะวันตก “ต้องการทำลายล้างรัสเซีย” และไม่ต้องการให้เกิดสันติภาพอย่างถาวรในยูเครน

ทั้งนี้ ผู้นำรัสเซีย เน้นย้ำเป้าหมาย “การปลดปล่อย” ภูมิภาคดอนบาส ซึ่งเป็นพื้นที่ขัดแย้งทางตะวันออกของยูเครน และมีความสำคัญในฐานะหนึ่งในพื้นที่อุตสาหกรรมหนักของประเทศ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ไม่ต้องการ “ถูกเทียมแอก” กับยูเครนอีกต่อไป
นอกจากนี้ ปูติน กล่าวว่า กลุ่มประเทศตะวันตกยังคงเดินหน้า “ข่มขู่กรรโชก” เกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ต่อรัสเซีย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมอสโก “มีอาวุธมากมายแทนคำตอบ” และ “รัสเซียไม่ล้อเล่น”
Putin announces partial mobilization in Russia
— RT (@RT_com) September 21, 2022
WATCH FULL SPEECH HERE: https://t.co/MKvRZdWFpY pic.twitter.com/XImRiIRNp7
ต่อมา กระทรวงกลาโหมของรัสเซียให้ข้อมูลว่า เป้าหมายของการระดมกำลังทหารกองหนุนในครั้งนี้ อยู่ที่ประมาณ 300,000 นาย และเปิดเผยการสูญเสียกำลังพลในสงครามยูเครน ว่าจนถึงตอนนี้ อยู่ที่อย่างน้อย 5,937 นาย.
เครดิตภาพ : REUTERS



