สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ว่า ในปี 2565 ระหว่างการทบทวนสนธิสัญญาครั้งสุดท้าย ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น กล่าวเตือนว่า มนุษยชาติอยู่ห่างจากการทำลายล้างด้วยนิวเคลียร์ เพียงแค่ความเข้าใจผิดหรือการคำนวณผิดพลาด “ครั้งเดียวเท่านั้น”

“สนธิสัญญาฉบับนี้เสื่อมถอยมานานเกินไปแล้ว พันธกรณีต่าง ๆ ยังคงไม่ได้รับการปฏิบัติตาม ความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือกำลังลดลง และปัจจัยขับเคลื่อนการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเราจำเป็นต้องฟื้นฟูสนธิสัญญานี้อีกครั้ง” กูเตร์เรส กล่าวเปิดการประชุม

นายฌอง-โนเอล บาร์โรต์ รมว.การต่างประเทศฝรั่งเศส กล่าวกับผู้ลงนามในสนธิสัญญาว่า ความเสี่ยงของการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ อยู่ในระดับสูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และภัยคุกคามจากโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและเกาหลีเหนือ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้สำหรับรัฐภาคีทั้งหมดในสนธิสัญญานี้

ขณะที่ นายโด ฮุง เวียด เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำยูเอ็น และประธานการประชุม กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ไม่ควรคาดหวังถึงการคลี่คลายความตึงเครียดเชิงยุทธศาสตร์ที่แฝงอยู่ในปัจจุบัน 

“แต่ผลลัพธ์ที่สมดุล ซึ่งยืนยันพันธกรณีหลัก และกำหนดขั้นตอนที่ใช้ได้จริง จะเสริมสร้างความสมบูรณ์ของเอ็นพีที ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการประชุมครั้งนี้ จะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง และโอกาสที่เกิดการแข่งขันด้านอาวุธนิวเคลียร์ครั้งใหม่ กำลังใกล้เข้ามา” เวียด กล่าวเพิ่มเติม

อนึ่ง สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งลงนามโดยเกือบทุกประเทศบนโลก ยกเว้นกรณีพิเศษอย่างอิสราเอล อินเดีย และปากีสถาน มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ส่งเสริมการปลดอาวุธอย่างสิ้นเชิง และสนับสนุนความร่วมมือในโครงการนิวเคลียร์พลเรือน.

เครดิตภาพ : REUTERS