ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะเป็นโลกยุคไร้พรมแดน ที่ใครๆ ก็สามารถติดต่อสื่อสารหรือค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้จากระบบออนไลน์ แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือประสบการณ์ที่ได้จากการเรียนรู้จากของจริง ดังนั้น การศึกษาดูงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับน้ำบาดาลด้วยแล้วยิ่งจำเป็นต้องไปศึกษาดูงานจากต่างประเทศ เพราะน้ำบาดาลเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น เพราะอยู่ใต้ดิน จึงจำเป็นที่ต้องไปเรียนรู้กับประเทศที่มีการใช้น้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภคมาเป็นร้อยๆปี อย่างเช่น ยุโรป และอเมริกา

ท่องยุโรป ดูระบบประปาบาดาล ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ ประเทศฮังการี

แม่น้ำดานูบ เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในยุโรป มีความยาวถึง 2,850 กิโลเมตร ไหลผ่านและเป็นเส้นแบ่งอาณาเขตของ 10 ประเทศ มีการบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดน สำหรับการแบ่งปันทรัพยากรน้ำผิวดินและน้ำบาดาลร่วมกัน โดยการศึกษาทางวิชาการด้านธรณีวิทยา อุทกวิทยา และอุทกธรณีวิทยา ประเมินปริมาณ คุณภาพน้ำ และการพัฒนาน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ประโยชน์ พร้อมทั้งการป้องกันการปนเปื้อนและอนุรักษ์ต้นน้ำบาดาล อีกทั้งมีการกำหนดนโยบายและข้อบังคับทางกฎหมาย และมาตรการร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกสำหรับการพัฒนาน้ำบาดาลริมฝั่งแม่น้ำดานูบ โดยพัฒนาระบบประปาบาดาล Bank filtration เป็นการพัฒนาน้ำบาดาลระดับตื้นความลึกไม่เกิน 30 เมตร ออกแบบก่อสร้างบ่อน้ำบาดาลขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลาง 2-5 เมตร จำนวนไม่น้อยกว่า 10 บ่อ/สถานี สามารถสูบน้ำได้ 5,000-20,000 ลบ.ม./ชม. พร้อมส่งน้ำเข้าระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำตามมาตรฐานน้ำดื่มสะอาดของสหภาพยุโรป (EU) พร้อมทั้งติดตั้งระบบกระจายน้ำผ่านเส้นท่อให้แก่ประชาชนในเมืองต่างๆ สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคได้อย่างทั่วถึง สำหรับการบริหารจัดการระบบประปา Bank filtration บริษัทเอกชนจะเป็นผู้ลงทุนระบบการผลิตน้ำสะอาด โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขและการกำกับของภาครัฐ ในการกำหนดปริมาณ คุณภาพน้ำและราคาต่อหน่วย เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด

ข้ามทวีปไปอเมริกา ดูการบริหารจัดการน้ำบาดาล

สหรัฐอเมริกา ถือเป็นประเทศที่มีความเจริญในเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านน้ำบาดาล โดยคณะได้เยี่ยมชมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาล ณ United State Geological Survey (USGS) ได้รับฟังการบรรยายเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลของอเมริกา การจัดทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของแหล่งน้ำบาดาล (Groundwater Modeling) การแสวงหาเครือข่าย ความร่วมมือ การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาล รวมไปถึงการค้นหาแหล่งน้ำบาดาลโดยใช้ดาวเทียม ซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดเทคโนโลยีในโลกปัจจุบัน จากนั้น ได้ศึกษาดูงานด้านกฎระเบียบ ข้อกฎหมายว่าด้วยการจัดการสิ่งแวดล้อมและน้ำบาดาล ที่ United State Environmental Protection Agency (US EPA) มีการบริหารจัดการน้ำบาดาลควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ป้องกันการปนเปื้อนในแหล่งน้ำบาดาล การแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนในแหล่งน้ำบาดาล การออกพระราชบัญญัติ การบังคับใช้กฎหมาย การคิดราคาค่าใช้น้ำบาดาลโดยใช้หลักเศรษฐศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ครอบคลุมทุกมิติของการบริหารจัดการน้ำบาดาลเลยทีเดียวก็ว่าได้ สุดท้ายได้ไปเยี่ยมชมการผลิตน้ำประปา ของเมือง Parkersburg ที่ผลิตน้ำประปาจากน้ำบาดาล ริมฝั่งแม่น้ำโอไฮโอ และเยี่ยมชมหอถังเก็บน้ำประปารูปแบบต่างๆ

“จะเห็นได้ว่าทั้งฝั่งยุโรปและอเมริกา ล้วนคำนึงถึงคุณภาพน้ำ ที่จะนำมาทำเป็นน้ำประปาให้แก่ประชาชน โดยส่วนใหญ่จะใช้น้ำจากน้ำบาดาล เนื่องจากเป็นน้ำที่สะอาด ปราศจากสารปนเปื้อน เพราะอยู่ใต้ดิน ลึกลงไปหลายสิบเมตร ทำให้สารเคมีไม่สามารถซึมหรือไหลลงไปปนเปื้อนได้โดยตรง แต่กระนั้นยังต้องมีการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบาดาลโดยรอบ และมีการแบ่งเขตควบคุมและเขตคุ้มครองพื้นที่ที่มีการใช้น้ำบาดาล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลักลอบนำของเสียมาทิ้งหรือฝังกลบขยะในบริเวณดังกล่าวโดยเด็ดขาด เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำบาดาลที่สูบขึ้นมาใช้จะมีความสะอาดและมีใช้ตลอดไป” นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวและว่า

นอกจากนี้ ยังสังเกตได้ว่า ในเมืองใหญ่ๆ มีการปลูกต้นไม้กันมากมาย เพราะคำนึงถึงประโยชน์ที่ได้ เช่น ให้ร่มเงา ให้ความสดชื่น ป้องกันลม ที่สำคัญยังเป็นแหล่งชะลอน้ำ และเร่งกระบวนการเติมน้ำลงสู่ใต้ดิน ทำให้พื้นดินมีความชุ่มชื้น และช่วยลดปริมาณน้ำท่วมได้อีกด้วย ทั้งนี้ จากการสังเกตเปรียบเทียบกับพื้นที่ในภาคอีสานของประเทศไทย พบว่าบริเวณที่ดอนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ในภาคอีสาน มักจะเจาะพบชั้นน้ำบาดาลจืด สามารถพัฒนามาเป็นระบบประปาบาดาลขนาดใหญ่ได้ อาทิที่ ต.ดงเค็ง อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น และ ที่ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ ทั้งๆที่พื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่น้ำเค็มและหาน้ำยาก ดังนั้นจึงอยากจะฝากให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษาวิจัยว่า ต้นไม้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเติมน้ำลงใต้ดินอย่างไร เพื่อให้คนรุ่นต่อๆ ไปได้เห็นถึงความสำคัญของต้นไม้และช่วยกันปลูกต้นไม้ในประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น.