ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการ สทนช. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคกลาง พร้อมด้วย นายบุญสม ชลพิทักษ์วงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ และนายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ สทนช. ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร  สำรวจติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ ทุ่งพระพิมล ทุ่งพระยาบรรลือ ทุ่งเจ้าเจ็ด ทุ่งผักไห่ ทุ่งป่าโมก ทุ่งบางกุ้ง ทุ่งบางกุ่ม ทุ่งท่าวุ้ง ทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก และทุ่งเชียงราก ก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคกลาง และประชุมสรุปสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ณ เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท

โดย นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า จากการบินสำรวจปริมาณน้ำในทุ่งรับน้ำและสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยานั้นค่อนข้างมาก ซึ่งในปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำอยู่ในอัตราประมาณ 1,990 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจากการคาดการณ์ในช่วงเวลานี้ไปจนถึงช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2565 จะมีฝนตกมาในพื้นที่ภาคกลางตอนบน ภาคอีสานตอนล่าง ทางกรมชลประทานก็ได้มีการประสานไปทางกองอำนวยการน้ำแห่งชาติเพื่อเสนอเรื่องในการปรับเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2565 เป็นต้นไป นอกจากนี้จากการคาดการณ์ปริมาณฝนที่ตกทางด้านของ จ.นครสวรรค์ จะทำให้มีการระบายน้ำอยู่ในเกณฑ์ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และการบริหารจัดการน้ำจะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน แต่อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามสถานการณ์ของพายุที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงของปลายเดือนกันยายน และต้นเดือนตุลาคม ซึ่งจากการประชุมคณะทำงาน กรมอุตุนิยมวิทยา และ สสน. ก็คาดว่าสถานการณ์ของพายุก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เพื่อความไม่ประมาทก็ได้มีการพร่องน้ำเตรียมรองรับสถานการณ์ ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เองที่เกินเกณฑ์การควบคุม ทาง สทนช.ก็ได้มีการประสานไปยังกรมชลประทาน กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ให้ระบายน้ำออกในช่วงที่ฝนยังไม่มาเพื่อเตรียมพื้นที่รองรับน้ำหากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ สำหรับน้ำที่จะระบายลงในเขตของกรุงเทพมหานครฯ จากการประชุมได้มีการตั้งหลักเกณฑ์ว่า ปริมาณน้ำที่สถานีวัดน้ำบางไทร ให้คงอัตราน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ก็ยังคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ของพายุจรที่จะเข้ามาในประเทศ และในส่วนของภาคอีสานเอง ในลุ่มน้ำมูลปริมาณน้ำก็เริ่มเพิ่มสูง ทาง กอนช.ก็ได้มีการตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำส่วนนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาล โดย พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรี ก็ได้มีการกำชับทุกหน่วยงาน ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ จะต้องดำเนินการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำใน 13 มาตรการหลัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำจัดผักตบชวา สิ่งกีดขวางทางน้ำ และให้บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการระบายน้ำเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน.