นับเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียครั้งสำคัญของวงการบันเทิงไทย กับการจากไปของ ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล หรือ “หม่อมน้อย” ผู้กำกับชั้นบรมครู ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจ ซึ่งแม้ตัวท่านได้จากโลกนี้ไป แต่ก็ยังได้ทิ้งผลงานชั้นเยี่ยมเอาไว้มากมาย โดยเฉพาะผลงานชิ้นสุดท้าย อย่าง ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “Six Characters มายาพิศวง” ที่ “หม่อมน้อย” ตั้งใจทำอย่างมาก ผ่านการเตรียมงานและฝึกซ้อมเป็นปี ๆ และยังนับเป็นผลงานที่ศิษย์เอกของ “หม่อมน้อย” อย่าง อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ และ แดง ธัญญา วชิรบรรจง ได้บอกกว่าเหมือน “หม่อมน้อย” รอคอยผลงานชิ้นนี้เข้าโรงภาพยนตร์ เพื่อเผยแพร่สู่สายตาประชาชน ให้ได้เสพผลงานศิลป์ชั้นเยี่ยม และ “หม่อมน้อย” จึงได้จากไปอย่างหมดห่วง

สำหรับ “Six Characters มายาพิศวง” เป็นการรวมทัพนักแสดงมากฝีมือระดับแถวหน้า และเป็นลูกศิษย์ของหม่อมน้อยมาแสดงกันอย่างคับคั่งอย่างไม่เคยมีมาก่อน นำโดย มาริโอ้ เมาเร่อ, แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์, แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์, แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ, เจี๊ยบ-ศักราช ฤกษ์ธำรงค์, บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, นิว-ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต, ต๊งเหน่ง-รัดเกล้า อามระดิษ และ ฮัท-จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร ที่ต่างทุ่มสุดตัว เพื่อภาพยนตร์เรื่องนี้

โดยบอกเล่าเรื่องราวของ “ตัวละครทั้ง 6” อย่าง “นายสุริยา” หนุ่มใหญ่คหบดีม่ายผู้มั่งคั่ง (เจี๊ยบ-ศักราช), “อมรา” หญิงสาวโสเภณีชั้นสูง (แพนเค้ก-เขมนิจ), “อมร เพ็ชรรัตน์” อดีตนางงามประจำจังหวัด ภรรยาเก่าของ “นายสุริยา” ที่แสนอาภัพ และโดนกล่าวหาว่าคบชู้ (แอฟ-ทักษอร), “ภูผา” ลูกชายคนโตของ “นายสุริยา” มหาเศรษฐีหนุ่มผู้แสนเย็นชา (ฮัท-จิรวิชญ์) รวมทั้ง ลูกสาว และ ลูกชายของ “อมร เพ็ชรรัตน์” ทั้ง 2 คน (น้องรถบัส ภคพล ตัณฑ์พาณิชย์ และ น้องฟลอร่า มัสซาโร) ที่ถือกำเนิดขึ้น และมีชีวิตโลดแล่นอยู่ในจินตนาการของนักประพันธ์ ผู้ไม่ยอมเขียนบทสรุปให้กับตัวละครเหล่านั้น

ตัวละครทั้ง 6 จึงต้องออกตามหานักประพันธ์คนใหม่และชีวิตใหม่ จนสุดท้ายได้ไปเกลี้ยกล่อม “คำรณ สิงหะ” (มาริโอ้) ผู้กำกับหนุ่มชื่อดัง ให้นำเรื่องราวของพวกเขาไปสร้างเป็นภาพยนตร์ โศกนาฏกรรมชีวิตของตัวละครที่ถูกนักประพันธ์ทอดทิ้งจะเป็นเช่นไร และการไปอยู่ในมือผู้กำกับที่มุ่งสร้างงานเอาใจตลาด จะเกิดความขัดแย้งอะไรขึ้นบ้าง ระหว่าง “ตัวละคร” กับ “นักแสดง” ท่ามกลางบรรยากาศอันไม่น่าไว้วางใจที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน หลังจากเหล่าตัวละครทั้ง 6 คืบคลานมายังกองถ่ายภาพยนตร์แห่งนี้!

ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ เต็มไปด้วยเรื่องราวที่พลิกไปพลิกมาอย่างคาดไม่ถึง จนนำไปสู่บทสรุปที่ชวนทึ่ง! มาพร้อมพร้อมรสชาติที่แปลกใหม่ ชวนพิศวง แต่ก็ยังคงอรรถรสของภาพยนตร์ที่ดูแล้วเข้าใจ รวมทั้งแฟน ๆ ยังได้ตื่นตาตื่นใจไปกับโปรดักชั่นที่ตระการตา สมเป็นภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่ และในวันนี้ “บันเทิงเดลินิวส์” ขอพาแฟน ๆ ไปบทสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายในชีวิตของ “หม่อมน้อย” ที่เปิดใจถึงที่มา กว่าจะเป็นผลงานชิ้นเอกนี้

หม่อมน้อย เปิดเผยว่า “ผมรู้จักเรื่อง Six Characters in Search of an Author ของ ลุยจิ ปิรันเดลโล ในปี 2515 อาจารย์สดใส พันธุมโกมล ท่านเป็นผู้ก่อตั้งภาควิชาศิลปะการละคร ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ เรื่องนี้เป็นละครประจำปีของภาควิชา ลุยจิ ปิรันเดลโล เป็นนักประพันธ์ชาวอิตาเลียน ซึ่งเขียนเรื่องนี้เมื่อ 101 ปีที่แล้ว งานของปิรันเดลโล สะท้อนให้เห็นธาตุแท้ของมนุษย์ทุกเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องนี้มันชัดเจนมากนะ ปิรันเดลโล พูดถึงความแตกต่างระหว่างความจริงกับมายาภาพ แปลกไหมว่าเรามักมองว่าภาพยนตร์หรือมองละครว่าเป็นเรื่องไม่จริง ส่วนชีวิตของเราที่ดำเนินอยู่ทุกวันนี้ เป็นเรื่องจริง แต่เราลืมไปว่า ในความเป็นจริงของชีวิตเรา เราจะสร้างภาพลักษณ์ที่อยากให้คนอื่นเห็นเรา ไม่ใช่ภาพลักษณ์ที่เป็นตัวตนแท้ ๆ ของตัว

เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ต้องมีคุณค่ามากแน่ ๆ และคุณค่าอย่างยาวนานด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน ความจริงคืออะไร ความไม่จริงคืออะไร มันยุคที่มีเหตุการณ์เชิงฆาตกรรมหรือไม่ฆาตกรรมเกิดขึ้น มันสะท้อนหลายอย่างว่า อะไรคือความจริง อะไรคือไม่จริง ในเหตุการณ์เดียวกัน ทุกคนพูดไม่ตรงกันเลย และพูดเอาความดีเข้าตัวหมด ซึ่งเราก็รู้สึกว่า นี่แหละคุณค่าของภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะฉะนั้น เราถึงตัดสินใจทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งคิดว่าจะเป็นเรื่องสุดท้ายในชีวิตเสียด้วยซ้ำไป

บทละครเรื่องนี้เคยสร้างเป็นภาพยนตร์หลายครั้ง แต่ว่ามันทำคล้ายกับเป็นละครเวที ทีนี้เราไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น คือเราพยายามมองว่ามีวิธีไหม ที่จะนำเสนอภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นศิลปะภาพยนตร์และศิลปะการละครพร้อม ๆ กัน มันเลยเป็นการชนกันระหว่างสองศิลปะในภาพยนตร์ หลังจากนั้นก็พยายามคิดถึงงานหลักว่า ใครจะเหมาะที่จะมาทำเรื่องนี้ หลังจากนั้นก็พยายามคิดถึงทีมงานหลักว่าใครจะเหมาะที่จะมาทำเรื่องนี้ เช่น Cameraman เราได้ สอง-สยมภู ที่เขาถ่ายหนังฮอลลีวูด ส่วนด้าน Art ก็ได้ จ๊ะ ศศวัต ทั้งสองและจ๊ะ อ่านบทก่อนที่จะเซย์ เยส ส่วนเสื้อผ้าก็ได้ โจ้ Surface ที่เขาทำเสื้อให้คนประกวดมิสยูเวิร์ส แต่งหน้าก็มีพี่ขวด ก็มาร่วมงานกัน โดยที่ตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับนักแสดง บทที่ยากมากคือผู้กำกับ คือมาริโอ้ เมาเร่อ เรื่องมันคืออยู่ ๆ ในโรงถ่ายภาพยนตร์ ซึ่งมาริโอ้กำลังกำกับ ก็มีคนนิรนามหกคนเข้ามา บอกว่าเขาเป็นคาแรกเตอร์นะ เขาเป็นตัวละคร เขาอยากให้โอ้แต่งเรื่องให้เขาจบ ทุกคนนึกว่าผีซะด้วยซ้ำไป ซึ่งอันนี้มันเป็นมายาพิศวงจริง ๆ เรื่องนี้ซ้อมนานมาก ยาวนานถึง 10 เดือน ถึงเปิดกล้อง เปิดกล้องแล้วก็ฝ่ายทีมงานก็มาเตรียมตัวกัน ปีนึงเต็ม ๆ ทุกคนตั้งใจทำกันมาก เพราะว่ามันเข้าใจยาก มันต้องค่อย ๆ ทำความเข้าใจกับมัน ด้วยความยาก มันก็ต้องมีการ Pre Production เยอะ การซ้อมกับนักแสดงเยอะ

แต่ว่าเราก็มีกฎเกณฑ์ว่า ถ้าไม่ซ้อมก็ไม่ต้องเล่น เราไม่ได้คิดว่าใครเป็นใคร คือคนที่เหมาะเท่านั้นถึงจะได้เล่น ความมุ่งหวัง ไม่ได้มุ่งหวังอะไร คือถ้าคนไทยดูแล้วเข้าใจ คุณก็จะมีพุทธิปัญญาเกิดขึ้น คุณจะเข้าใจตัวเอง คุณจะเข้าใจคนรอบข้าง คุณจะมีชีวิตที่มีความสุข มันจะไม่เหมือนตัวละครในเรื่องนี้ ทั้งหกตัวที่มีแต่ความทุกข์ทรมาร เพราะยึดติดอยู่กับภาพลักษณ์ของตัวเอง และความมหัศจรรย์ของ ปิรันเดลโล ก็คือว่า มันไม่ใช่คนมีปัญญาเท่านั้นที่จะดูเรื่องนี้สนุก ไม่มีความรู้ดูก็สนุกได้ ใช่ไม่ใช่”

“Six Characters มายาพิศวง” ได้เข้าฉายแล้วทุกโรงภาพยนตร์