สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ว่า นายกรัฐมนตรีอิสมาอิล ซาบรี ยาค็อบ ผู้นำมาเลเซีย กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ครั้งที่ 77 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีเนื้อหาในตอนหนึ่งว่า มาเลเซีย “ผิดหวัง” ต่อการที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ยังไม่สามารถดำเนินการ “ด้วยความจริงจังอย่างแท้จริง” เพื่อแก้ไขสถานการณ์ในเมียนมา ซึ่งมีแต่จะเลวร้ายลงเท่านั้น
ทั้งนี้ ผู้นำมาเลเซียกล่าวด้วยว่า มีบางประเทศถึงขั้นกล่าวว่า ยูเอ็นเอสซีเจตนาปล่อยเรื่องเมียนมา แล้วโยนให้อาเซียนจัดการฝ่ายเดียว และ “ผิดหวัง” ต่อการที่รัฐบาลทหารเมียนมาของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ไม่สามารถปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์ที่อาเซียนบรรลุร่วมกัน เมื่อเดือน เม.ย. 2564 เพื่อฟื้นฟูสันติภาพในเมียนมา ซึ่งเกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ปีเดียวกัน และในเมื่อสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ โดยส่วนตัวเขามองว่า แผนยุทธศาสตร์สันติภาพดังกล่าวคงไม่อาจเดินหน้าได้อีกต่อไป
นอกจากนี้ อิสมาอิลแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ของผู้ลี้ภัยในเมียนมา โดยเฉพาะชาวโรฮีนจา และกล่าวด้วยว่า แม้มาเลเซียไม่ใช่ภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ฉบับปี 2494 อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบัน หน่วยงานหลายแห่งของมาเลเซียให้ความช่วยเหลือผู้ลีภัยชาวโรฮีนจาแล้วเกือบ 200,000 คน “ด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรม”
ขณะที่นายไซฟุดดิน อับดุลเลาะห์ รมว.การต่างประเทศของมาเลเซีย กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ เน้นย้ำให้อาเซียน “พิจารณาและมีมติอย่างจริงจังร่วมกัน” ก่อนถึงการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือน พ.ย.นี้ ด้วยว่า จะยังคงเดินหน้าผลักดันฉันทามติ 5 ข้อต่อไปหรือไม่.
เครดิตภาพ : United Nations



